จากกรณีมีหนังสือคำสั่งด่วน เจ้าคณะจังหวัดอุดรธานี (ธรรมยุต) ลงวันที่ 18 ก.ย.2567 เรื่องให้ “พระลิน สุจิตโต” และ “พระบัวลัย เอกคคจิตโต” ซึ่งเป็นพระน้องชาย พ้นจากเขตการปกครองคณะสงฆ์จังหวัดอุดรธานี (ธรรมยุต)
โดยระบุว่า หนังสือคำสั่งจาก พระราชสารโกศล เจ้าคณะจังหวัดอุดรธานี (ธรรมยุต) ออกหนังสือประกาศให้พระลิน สุจิตโต และพระบัวลัย เอกคคจิตโต พ้นจากเขตการปกครองคณะสงฆ์จังหวัดอุตรธานี (ธรรมยุต) โดยอ้างตามพฤติกรรมที่ปรากฏทั้ง 2 รูป ที่จำวัดอยู่ที่ วัดป่าดอนบ้านเทือน ต.กลางใหญ่ อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี มีพฤติกรรมมิชอบ ประพฤติตนมิอยู่ในโอวาท และคำสั่งเจ้าคณะผู้ปครอง คือ ประพฤติตนไม่สำรวมระวัง ต่อพระธรรมวินัย และธรรมเนียมปฏิบัติแห่งคณะสงฆ์จังหวัดอุดรธานี มีพฤติกรรมมอมเมาประชาชนด้วยอวิชชา โดยการเขียนเลขยันต์ ลงตามเนื้อตามตัวหรือฝ่ามือ อันเป็นการสร้างความหลงผิดต่อหลักพระพุทธศาสนา
และการไม่สำรวมระวังในการสื่อสารผ่านสื่อโซเชียล ก่อให้เกิดความเสียหายต่อคณะสงฆ์จังหวัดอุดรธานี ประพฤติตนมิอยู่ในโอวาทของเจ้าคณะผู้ปกครอง และละเมิดคำสั่งฯ การกระทำฯเป็นการประพฤติผิดอย่างร้ายแรง ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสีย จึงสั่งให้ พระลิน สุจิตโต และพระบัวลัยฯ พ้นจากเขตการปกครองคณะสงฆ์จังหวัดอุดรธานี (ธรรมยุต) โดยกำหนดเวลาภายใน 7 วัน นับตั้งแต่มีคำสั่งนี้ (18 ต.ค.67) โดย พระราชสารโกศล เจ้าคณะจังหวัดอุดรธานี (ธรรมยุต)
ล่าสุดเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม พระลิน สุจิตโต ได้โพสตคลิประบุว่า บททดสอบจิตใจครั้งยิ่งใหญ่ โดยชี้แจงในเรื่องดังกล่าวขอชี้แจงว่า ประเด็นดราม่าตอนนี้ตามสื่อหลักและสื่อโซเชียล กรณีเจ้าคณะจังหวัดมีหนังสือชี้ขับออกจากวัดและในเขตการปกครอง ก่อนอื่นอาตมาขอขอบคุณในความเมตตาของครูบาอาจารย์ที่มีแต่สิ่งดีๆ มาให้ หนังสือที่เจ้าคณะจังหวัดทำมาถึงนั้นเป็นเรื่องราวเก่าเรื่องราวเดิม เห็นแล้วก็รับไม่ได้
เรื่องนี้อาตมาเคยไปกราบเรียนท่านเรียบร้อยแล้ว ทำตามที่ท่านกล่าวเตือนมาก่อนหน้า ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นนั้นอาตมาไม่ได้หวั่นไหวอะไร เพราะไม่ได้โดนเจ้าอาวาสวัดไม่ได้โดนชาวบ้านไล่ ซึ่งหากเจ้าอาวาส หรือชาวบ้านไล่ อันนี้ขอยอมรับ 100 เปอร์เซ็นต์
ขอชี้แจงไปถึงศรัทธาญาติโยมให้ทราบว่า อาตมามีความตั้งใจจะสร้างสถานที่นี้เอาไว้เป็นที่ปฏิบัติธรรม เพื่อดึงดูดญาติโยม ซึ่งหากอาตมาไม่พานำพาญาติโยมก็คงจะไม่มีใครเข้าวัดสวดมนต์ แต่พระอาจารย์ก็มีกลอุบายแบบใหม่ที่จะดึงคนเข้าวัดสวดมนต์ อาตมาและวัดก็มีโครงการที่จะสร้างศาลาปฏิบัติธรรม โดยตอนนี้สร้างไปเยอะแล้วสร้างถนนหนทาง
และได้ซื้อที่ดินไว้เพื่อสร้าง เจดีย์หลวงปู่มั่น โดยจ่ายมัดจำไปแล้ว เมื่อหนังสือที่ออกมาขับไล่ให้ออกจากวัดภายใน 7 วัน และให้หยุดโครงการทุกอย่างลง พอ อ่านหนังสือแล้วความรู้สึกตอนนั้นลูกศิษย์ ร้องไห้ น้ำตาก็จะไหลพร้อมลูกศิษย์ โชคดีที่อาตมาฝึกสมาธิมาดีไม่งั้นก็คงร้องไห้กับญาติโยม บอกตรงๆ เห็นหนังสือแล้วรับไม่ได้จริงๆ
สำหรับงานกฐินที่จะจัดขึ้นในวันที่ 27 ต.ค. นี้ ก็จะเดินทางไปรับกฐินเหมือนเดิมและก็ยังคงดำเนินการต่อไป ซึ่งจากนี้อาตมาก็จะไปอยู่สังกัดเป็น พระมหานิกาย โอกาสนี้ต้องขออภัยพระสายธรรมยุตทุกท่าน ยอมรับว่าสายธรรมยุตเคร่งครัดมาก