ข่าวโซเชียล

โดนแล้วไง! บริษัทออกแถลงการณ์ หลังสาวโพสต์ ถนนไม่ใช่ที่เดินของพระ

|
โดนแล้วไง! บริษัทออกแถลงการณ์ หลังสาวโพสต์ ถนนไม่ใช่ที่เดินของพระ

วันที่ 4 กรกฎาคม 2569 กลายเป็นประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ หลังเกิดเหตุรถกระบะที่เด็กชายวัย 11 ปี แอบนำออกมาขับ ก่อนเสียหลักพุ่งชนคณะพระธุดงค์ในจังหวัดมุกดาหาร ส่งผลให้มีพระมรณภาพและได้รับบาดเจ็บหลายรูป นอกจากความสูญเสียที่เกิดขึ้นแล้ว ยังมีการตั้งคำถามถึงสาเหตุของอุบัติเหตุ ทั้งในประเด็นการดูแลบุตรหลาน รวมถึงความเหมาะสมและความปลอดภัยของการเดินธุดงค์ริมถนน

อีกหนึ่งประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างมาก คือข้อสงสัยของชาวเน็ตที่ตั้งคำถามว่า เด็กอายุเพียง 11 ปี สามารถขับรถเกียร์ธรรมดาออกจากบ้าน และขับเป็นระยะทางกว่า 10 กิโลเมตรได้อย่างไร

ขณะเดียวกัน กระแสวิพากษ์วิจารณ์ยิ่งทวีความร้อนแรง หลังผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ ออย มุกดาหาร ออกมาโพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็นสวนกระแสหลายครั้ง โดยระบุว่า ถนนของรถ ไม่ใช่ที่เดินของพระ พร้อมมองว่า แม้เหตุการณ์ในครั้งนี้จะไม่ได้เกิดจากเด็กชายวัย 11 ปี แต่ในอนาคตก็อาจเกิดจากคนเมา คนขับรถวูบ หรือรถเบรกแตกได้ พร้อมติดแฮชแท็ก #หยุดเดินธุดงค์ข้างทางได้แล้ว

จากนั้น เจ้าตัวยังโพสต์ข้อความเพิ่มเติมในทำนองว่า หากพระไม่เดินธุดงค์ริมถนน เหตุการณ์สูญเสียครั้งนี้อาจไม่เกิดขึ้น พร้อมระบุข้อความว่า พอเถอะ ธุดงค์ข้างทาง อีกทั้งยังวิจารณ์ผู้ที่สนับสนุนการเดินธุดงค์ริมถนน โดยมองว่าหากเกิดเหตุลักษณะเดียวกันขึ้นอีก ผู้ที่สนับสนุนก็ควรมีส่วนรับผิดชอบด้วย จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ก่อนที่โพสต์ทั้งหมดจะถูกลบออกในเวลาต่อมา

ล่าสุด บริษัทต้นสังกัดที่ ออย มุกดาหาร เคยร่วมงานด้วย ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงว่า บริษัทได้รับทราบกรณีการแสดงความคิดเห็นบนสื่อสังคมออนไลน์ของบุคคลดังกล่าว ซึ่งสร้างความกังวลและความไม่สบายใจให้กับลูกค้า ผู้ติดตาม และประชาชนจำนวนมาก

บริษัทระบุว่า ขออภัยต่อความไม่สบายใจที่เกิดขึ้น พร้อมยืนยันว่าความคิดเห็นดังกล่าวเป็นการแสดงออกในนามส่วนบุคคล ไม่ใช่การสื่อสารในนามบริษัท และไม่เกี่ยวข้องกับนโยบาย จุดยืน ค่านิยม หรือการดำเนินงานขององค์กรแต่อย่างใด

นอกจากนี้ บริษัทชี้แจงเพิ่มเติมว่า บุคคลดังกล่าวไม่ได้มีสถานะเป็นพนักงานของบริษัทแล้วในปัจจุบัน และขอสงวนสิทธิ์ไม่เปิดเผยรายละเอียดด้านบุคคลหรือกระบวนการภายในเพิ่มเติม เพื่อเคารพสิทธิส่วนบุคคลของผู้เกี่ยวข้อง พร้อมยืนยันว่าบริษัทให้ความสำคัญกับการสื่อสารที่เหมาะสม สุภาพ มีความรับผิดชอบ และเคารพผู้อื่น ทั้งในสถานที่ทำงานและบนสื่อสังคมออนไลน์ รวมถึงตระหนักถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อความรู้สึกของลูกค้าและสังคม

ช่วงท้ายของแถลงการณ์ บริษัทได้ขอบคุณทุกฝ่ายที่แจ้งข้อมูล แสดงความคิดเห็น และแสดงความห่วงใย พร้อมยืนยันว่าจะนำเหตุการณ์ครั้งนี้ไปทบทวน และย้ำเตือนแนวทางการใช้สื่อสังคมออนไลน์อย่างเหมาะสมต่อไป

ภายหลังแถลงการณ์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป มีชาวเน็ตจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็นต่อประเด็นดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง

ABOUT THE AUTHOR

neen

ทีมข่าว Siam News