ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักติดต่อกันหลายวันใน จ.เชียงราย ส่งผลให้แม่น้ำหลายสายระดับน้ำเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะแม่น้ำอิง ซึ่งเป็นแม่น้ำสายหลัก มีต้นน้ำจากกว๊านพะเยา ไหลผ่าน อ.เทิง และ อ.ขุนตาล ก่อนไหลลงแม่น้ำโขงใน อ.เชียงของ โดยเช้านี้ระดับน้ำอิง ใน อ.เทิง จ.เชียงราย เพิ่มสูงขึ้นจนท่วมพื้นที่ทางการเกษตรนาข้าว กว่า 15,000 ไร่ ในที่ราบลุ่มริมฝั่งแม่น้ำอิงในเขตพื้นที่ ต.หนองแรด หมู่ 1, 2, 3, 4, 5, 6 และ 7 ต.ปล้อง หมู่ 3 และ 12 และ ต.งิ้ว หมู่ 10 รวม 3 ตำบล 10 หมู่บ้าน พื้นที่การเกษตรเสียหายกว่า 15,000 ไร่

ล่าสุดนายวรายุทธ ค่อมบุญ นาย อ.เทิง นายครรชิต ชมพุแดง หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเชียงราย และนายทวีชัย โค้วตระกูล ผู้อำนวยการชลประทานเชียงราย ได้ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายทั้งบ่อกุ้งและพื้นที่ทางการเกษตรที่ถูกน้ำท่วม พร้อมมีการประเมินสถานการณ์น้ำอิงที่พบว่ามีปริมาณเพิ่มขึ้นตลอดเวลา ขณะนี้ได้เอ่อท่วมถนนเชื่อมระหว่างหมู่บ้านหนองแรดไปยังบ้านร่องแช่ ยังไม่สามารถประเมินความเสียหายที่แน่นอนได้ เพราะน้ำยังไม่นิ่งมีโอกาสเสียหายเพิ่ม จึงได้ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทำงานในเชิงรุกไม่ต้องรอให้ชาวบ้านมาแจ้งให้รีบลงไปสำรวจ

และน้ำที่ท่วมในหลายพื้นที่ของจังหวัดเชียงรายในครั้งนี้พบว่า มีผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ราย โดยรายแรกจมน้ำที่หมู่บ้านปงน้อย หมู่ 10 ต.ปงน้อย อ.ดอยหลวง เป็นชายอายุ 77 ปี เสียชีวิตขณะออกไปหาปลา บริเวณทุ่งนาที่ถูกน้ำท่วม

ส่วนรายที่ 2 เป็นหญิง อายุ 39 ปี ชาว ต.ตับเต่า อ.เทิง สูญหายไปตั้งแต่เกิดน้ำหลากเมื่อเช้าวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่พบร่างเสียชีวิตอยู่ในลำน้ำหงาว พื้นที่หมู่บ้านทรายกาด หมู่ 6 ต.ตับเต่า