วันที่ 3 สิงหาคม 2569 เวลา 16.30 น. เกิดเหตุเรือยอร์ชจมกลางทะเล บริเวณหน้าหาดนาจอมเทียน ช่วงท้ายซอยนาจอมเทียน 52 ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยในช่วงแรกยังไม่สามารถยืนยันได้ว่ามีผู้ใดติดอยู่ภายในเรือหรือไม่
ภายหลัง นายณัฐวุฒิ อนุโยธา นายอำเภอสัตหีบ พร้อมด้วย นายธนพัฒณ์ บรรบุปผา กำนันตำบลนาจอมเทียน ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ ซึ่งอยู่ห่างจากชายฝั่งประมาณ 1 ไมล์ทะเล หรือราว 1.852 กิโลเมตร พบว่าเป็นเรือยอร์ชทรงคาตามารัน (CATAMARAN) ตัวเรือสีขาว สภาพใหม่ ไม่มีการระบุชื่อเรือ โดยประเมินมูลค่าหากเป็นเรือใหม่หรือสร้างใหม่ไว้ที่ประมาณ 15-30 ล้านบาท ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแบรนด์ เครื่องยนต์ และการตกแต่งภายใน
จากการตรวจสอบพบว่า เรือยอร์ชลำดังกล่าวมีเชือกผูกบริเวณหัวเรือไว้กับสมอเรือ ขณะที่ตัวเรือด้านท้ายเอียงไปทางขวาและจมลงใต้ทะเลจนเกือบมิดทั้งลำ ภายในไม่พบผู้ใดอยู่บนเรือ นอกจากนี้ยังตรวจพบคราบน้ำมันรั่วไหลเป็นทางยาวหลายกิโลเมตร มุ่งหน้าไปยังชายหาดบ้านอำเภอและชายหาดพัทยา
นายกมล บุญผ่องใส อายุ 54 ปี เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของโรงแรมแห่งหนึ่ง เปิดเผยว่า ได้รับข้อมูลจากเพื่อนชาวประมงว่า พบชายลักษณะเป็นชาวต่างชาติลากเรือยอร์ชลำดังกล่าวมาจากบริเวณชายหาดบ้านอำเภอ มุ่งหน้าไปทางหาดบางเสร่ โดยคาดว่าจะนำเรือไปทาสีและขูดเพรียง ต่อมาเมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. ของเมื่อวาน พบเรือลอยอยู่บริเวณหน้าหาดโดยไม่มีผู้ใดอยู่บนเรือ กระทั่งเวลาประมาณ 07.00 น. ของวันนี้ เรือเริ่มเอียงและค่อย ๆ จมลง จึงรีบแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ
ด้าน นายธนพัฒณ์ บรรบุปผา กำนันตำบลนาจอมเทียน เปิดเผยว่า ได้ประสานกรมเจ้าท่าและตำรวจน้ำ เพื่อนำเรือเข้าตรวจสอบ พร้อมเร่งติดตามหาเจ้าของเรือยอร์ช โดยประเด็นที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดคือคราบน้ำมันที่รั่วไหล ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถประเมินปริมาณที่แน่ชัดได้ว่า จะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทางทะเลและแนวชายฝั่งมากน้อยเพียงใด
ล่าสุด ได้ประสานกลุ่มเรือในพื้นที่ช่วยติดตามหาเจ้าของเรือ เพื่อเร่งดำเนินการกู้เรือยอร์ชโดยเร็ว เนื่องจากหากปล่อยทิ้งไว้นาน เรืออาจจมลงจนมิดทั้งลำ และทำให้การกู้เรือเป็นไปได้ยากยิ่งขึ้น