ข่าวโซเชียล

แม่-ยาย ส่องานเข้า!! ตำรวจแถลง คดีเด็ก11 ชนพระธุดงค์

|
แม่-ยาย ส่องานเข้า!! ตำรวจแถลง คดีเด็ก11 ชนพระธุดงค์

จากกรณี เกิดเหตุสะเทือนใจ เมื่อวันที่ 2 ก.ค. 2569 ที่ผ่านมา เกิดอุบัติเหตุไม่คาดคิด หลังเด็กชายวัย 11 ขวบ แอบนำรถกระบะของพ่อแม่ออกมาขับ ก่อนเสียหลักพุ่งชนคณะพระธุดงค์ที่กำลังเดินอยู่ริมถนน ส่งผลให้มีพระได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก และมีพระมรณภาพหลายรูปสร้างความตกใจให้หลายๆคน

ล่าสุด วันที่ 6 ก.ค.69 ตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร ร่วมกับบ้านพักเด็กและครอบครัวฯ แถลงความคืบหน้าคดีสะเทือนขวัญ เป็นเหตุให้มีพระภิกษุมรณภาพและบาดเจ็บหลายรูป โดยพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำพยานแล้ว 28 ปาก พร้อมตรวจสอบกล้องวงจรปิด ยืนยันตรงกันว่าเด็กชายวัย 11 ปี เป็นผู้ขับขี่รถคันเกิดเหตุเพียงลำพัง

ส่วนกระแสข่าวในโลกออนไลน์ที่ว่าเด็กทะเลาะกับยายก่อนขับรถประชดออกจากบ้านนั้น ตำรวจระบุว่าจากการสอบปากคำยายเบื้องต้นยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าเป็นความจริงแต่อย่างใด

สำหรับอาการของเด็ก ปัจจุบันอยู่ระหว่างการรักษาและคุ้มครองสวัสดิภาพที่โรงพยาบาลพระศรีมหาโพธิ จังหวัดอุบลราชธานี แพทย์ระบุว่าเด็กยังมีลักษณะไม่รับรู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่สื่อสาร และไม่แสดงอาการตกใจหรือร้องไห้เหมือนเด็กทั่วไป ซึ่งตำรวจกำลังเร่งตรวจสอบว่าเด็กได้รับยาประจำตัวอย่างต่อเนื่องหรือไม่

เนื่องจากแพทย์ชี้ว่าหากขาดยาอาจส่งผลต่ออารมณ์และพฤติกรรมอย่างรุนแรง โดยต้องรอผลสรุปจากทีมสหวิชาชีพและผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็กอีกครั้ง เพื่อประเมินความสามารถและพฤติกรรมของเด็กอย่างละเอียด

แนวทางการดำเนินคดีแยกเป็น 2 ส่วน

ในด้านการดำเนินคดี ตำรวจได้แยกกระบวนการออกเป็นสองส่วน โดยในส่วนของเด็ก แม้ยังอายุน้อยและยังไม่สามารถสอบปากคำได้เนื่องจากอยู่ระหว่างการรักษา แต่กระบวนการรวบรวมสำนวนคดียังคงเดินหน้าต่อตามกฎหมาย ขณะที่ส่วนของผู้ปกครอง ซึ่งเข้าข่ายคือแม่และยาย กำลังอยู่ระหว่างพิจารณาความผิดฐานปล่อยปละละเลย ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก โดยต้องตรวจสอบอย่างชัดเจนว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบดูแลเด็กในช่วงเวลาเกิดเหตุ

นอกจากนี้ ตำรวจได้สั่งกำชับทุกสถานีตำรวจในพื้นที่ให้เพิ่มความเข้มงวดตรวจสอบเด็กอายุต่ำกว่าเกณฑ์ที่ขับขี่ยานพาหนะ เพื่อดำเนินคดีกับทั้งเด็กและผู้ปกครองขั้นเด็ดขาดป้องกันเหตุซ้ำรอย พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ขบวนพระธุดงค์ประสานตำรวจท้องที่ล่วงหน้าเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกด้านจราจร

ABOUT THE AUTHOR

B

ทีมข่าว Siam News