ข่าวโซเชียล

กรมอุตุฯ พยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้า พื้นที่เสี่ยงเตรียมรับมือหนัก

|
กรมอุตุฯ พยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้า พื้นที่เสี่ยงเตรียมรับมือหนัก

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้า ระหว่างวันที่ 25 พฤศจิกายน - 1 ธันวาคม พ.ศ. 2568 สำหรับภาคใต้ในวันที่ 25 พ.ย. มีฝนตกหนักหลายพื้นที่และมีฝนตกหนักมากบางแห่งบริเวณตอนล่างของภาค ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทย และห่างฝั่งของทะเลอันดามันมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2 - 3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร เนื่องจากมีหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมภาคใต้ตอนล่างและประเทศมาเลเซีย ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมอ่าวไทยตอนบน ภาคใต้ตอนบน และทะเลอันดามันตอนบน

ส่วนในช่วงวันที่ 26 พ.ย. - 1 ธ.ค. ภาคใต้จะมีฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทย และห่างฝั่งของทะเลอันดามันตอนบนจะมีกำลังอ่อนลง โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร เนื่องจากหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลอันดามันตอนล่างเคลื่อนไปปกคลุมบริเวณเกาะสุมาตรา และอ่าวเบงกอลตอนล่าง ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังปานกลางพัดปกคลุมอ่าวไทยตอนบน และภาคใต้ตอนบน

ส่วนประเทศไทยตอนบน ในช่วงวันที่ 26 - 29 พ.ย. ประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิลดลง และมีอากาศเย็นถึงหนาว กับมีลมแรง โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อุณหภูมิจะลดลง 5 - 8 องศาเซลเซียส ภาคเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออก อุณหภูมิจะลดลง 3 - 5 องศาเซลเซียส ส่วนภาคใต้ตอนบนอุณหภูมิจะลดลง 2 - 4 องศาเซลเซียส เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางถึงค่อนข้างแรงอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน และทะเลจีนใต้

อนึ่ง พายุดีเปรสชันบริเวณประเทศฟิลิปปินส์ มีแนวโน้มจะเคลื่อนลงสู่ทะเลจีนใต้ตอนกลางในช่วงวันที่ 25 - 26 พ.ย. หลังจากนั้นจะมีกำลังแรงขึ้น และเคลื่อนเข้าใกล้ชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนใต้ ในช่วงวันที่ 28 - 30 พ.ย. ในขณะที่บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นปกคลุมบริเวณประเทศเวียดนามและทะเลจีนใต้ ส่งผลให้พายุนี้จะอ่อนกำลังลงอย่างรวดเร็วตามลำดับ โดยไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย แต่จะส่งผลให้ลมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมประเทศไทยตอนบนมีกำลังแรงขึ้น

ข้อควรระวัง ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ตอนล่างระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน พื้นที่ลุ่ม และพื้นที่น้ำท่วมขัง สำหรับชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ตลอดช่วง ส่วนเรือเล็กบริเวณอ่าวไทย และห่างฝั่งของทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่ง จนถึงวันที่ 25 พ.ย.

ส่วนในช่วงวันที่ 26 พ.ย. - 1 ธ.ค. ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบน และภาคใต้ตอนบนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลง รวมถึงให้ระวังอันตรายจากอัคคีภัยที่อาจจะเกิดขึ้นจากสภาพอากาศแห้งและลมแรง นี้ไว้ด้วย

ภาคเหนือ ในช่วงวันที่ 26 พ.ย. - 1 ธ.ค. อากาศเย็นถึงหนาว และอุณหภูมิจะลดลง 3 - 5 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง อุณหภูมิต่ำสุด 12 - 20 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 24 - 29 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 3 - 12 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10 - 30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในช่วงวันที่ 26 พ.ย. - 1 ธ.ค. อากาศเย็นถึงหนาว และอุณหภูมิจะลดลง 5 - 8 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง อุณหภูมิต่ำสุด 10 - 19 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 24 - 29 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภูอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 6 - 15 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20 - 40 กม./ชม.

ภาคกลาง ในช่วงวันที่ 26 พ.ย. - 1 ธ.ค. อากาศเย็น และอุณหภูมิจะลดลง 3 - 5 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง อุณหภูมิต่ำสุด 16 - 21 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27 - 30 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15 - 35 กม./ชม.

ภาคตะวันออก ในช่วงวันที่ 26 พ.ย. - 1 ธ.ค. อากาศเย็น และอุณหภูมิจะลดลง 3 - 5 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง อุณหภูมิต่ำสุด 17 - 22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27 - 30 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15 - 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 - 2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ภาคใต้(ฝั่งตะวันออก) ในช่วงวันที่ 25 พ.ย. ตอนบนของภาค: อากาศเย็น และอุณหภูมิจะสูงขึ้น 1 - 3 องศาเซลเซียส ตอนล่างของภาค: มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20 - 40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2 - 3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร

ส่วนในช่วงวันที่ 26 พ.ย. - 1 ธ.ค. ตอนบนของภาค: อากาศเย็น และอุณหภูมิจะลดลง 2 - 4 องศาเซลเซียส ตอนล่างของภาค: มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 - 30 ของพื้นที่ ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20 - 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 18 - 26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 25 - 33 องศาเซลเซียส

ภาคใต้(ฝั่งตะวันตก) ในวันที่ 25 พ.ย. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15 - 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งและบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ส่วนในช่วงวันที่ 26 พ.ย. – 1 ธ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 – 30 ของพื้นที่ ตั้งแต่จังหวัดกระบี่ขึ้นมา : ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20 - 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1 - 2 เมตร ห่างฝั่งและบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดตรังลงไป : ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15 - 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งและบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 22 - 26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 26 - 32 องศาเซลเซียส

กรุงเทพและปริมณฑล ในช่วงวันที่ 26 พ.ย. - 1 ธ.ค. อากาศเย็น และอุณหภูมิจะลดลง 3 - 5 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง อุณหภูมิต่ำสุด 17 - 22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27 - 30 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15 - 35 กม./ชม.

ABOUT THE AUTHOR

yui

ทีมข่าว Siam News