วันที่ 13 กรกฎาคม 2568 พ.ต.ท.ธีระพงศ์ โพธิ์นรินทร์ สารวัตร (สอบสวน) สภ.บ้านด่าน อ.บ้านด่าน จ.บุรีรัมย์ รับแจ้งเหตุรถจักรยานยนต์หายจาก นายวิชาญ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 46 ปี และนางสมจิตร(ขอสงวนนามสกุล) อายุ 38 ปี สองสามีภรรยา โดยระบุว่ารถจักรยานยนต์ ฮอนด้าเวฟ สีแดง-ดำ ทะเบียน 1 กฌ 7867 บุรีรัมย์ ที่จอดไว้ในบ้านได้หายไปช่วงกลางคืน

ต่อมา พ.ต.อ.อานนท์ เหล็กดี ผกก.สภ.บ้านด่าน สั่งการให้ ร.ต.ท.ประหยัด เอติญัติ รอง สวป. นำกำลังสายตรวจออกติดตาม จนกระทั่งพบ นายวัชรินทร์ หรือปั้น (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 22 ปี ขณะกำลังล้างทำความสะอาดรถจักรยานยนต์คันที่สูญหายอยู่บริเวณกระท่อมกลางป่าอ้อยห่างจากหมู่บ้านประมาณ 2 กิโลเมตร
เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่า รถถูกถอดแผ่นป้ายทะเบียนออก และจากการค้นใต้เบาะ พบเงินเหรียญมัดรวมในถุงพลาสติก รวมเป็นเงิน 3,400 บาท พร้อมยาบ้า 1 เม็ด และอุปกรณ์การเสพ จึงควบคุมตัวมาสอบสวนที่ สภ.บ้านด่าน
นายปั้นให้การรับสารภาพว่า ตนไม่เคยมีรถจักรยานยนต์มาก่อน และเกิดความอิจฉาเพื่อนๆ ที่มีรถขี่ จึงตัดสินใจขโมยรถคันดังกล่าวเมื่อเห็นจอดอยู่ หวังจะนำไปขี่อวดแฟนสาวในตัวเมืองบุรีรัมย์ โดยหลังขโมยมาได้นำรถไปจอดซ่อนในป่าอ้อย ถอดป้ายทะเบียนออก และล้างทำความสะอาดก่อนถูกจับกุม ส่วนเงินเหรียญนั้น ยอมรับว่าแอบขโมยมาจากร้านค้าในหมู่บ้านเพื่อนำไปเติมเกม เล่นพนันออนไลน์ และซื้อยาบ้ามาเสพ

นางสมจิตร (ขอสงวนนามสกุล) เจ้าของรถ เผยว่ารู้สึกดีใจที่ได้รถคืน เพราะเป็นทรัพย์สินที่หามาด้วยน้ำพักน้ำแรง และขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านด่าน ที่ติดตามคดีอย่างรวดเร็ว
ขณะที่ นางสาวลอง(ขอสงวนนามสกุล)เจ้าของร้านค้าในหมู่บ้านหนองทับ กล่าวว่า เงินเหรียญที่หายไปมีมูลค่าราว 8,000 บาท ตนตั้งใจเก็บไว้เพื่อซื้อสินค้ามาขาย ไม่คิดว่าจะถูกคนในหมู่บ้านลักไป
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อหานายปั้น ฐาน ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน ครอบครองยาเสพติดประเภท 1 (ยาบ้า) โดยไม่ได้รับอนุญาต และ เสพยาเสพติดประเภท 1 (ยาบ้า) เนื่องจากผลตรวจปัสสาวะพบเป็นสีม่วง ก่อนนำตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
เรียบเรียงโดย มุมข่าว