
สลด! จยย.เกี่ยวกัน เสียหลักล้ม รถเมล์ทับซ้ำดับ
วันที่ 24 มีนาคม 2568 เมื่อเวลา 17.45 น. มีรายงานว่า ร.ต.อ.นัธธวัฒน์ องอาจ รองสารวัตรสอบสวน สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ได้รับแจ้งมีรถเมล์ทับคนมีผู้เสียชีวิต เหตุเกิดบริเวณป้ายรถเมล์ พหลโยธิน 94 ทางเข้าโรงเรียนธัญบุรี ถนนพหลโยธินขาเข้าเส้นทางคู่ขนาน ก่อนถึงปั๊มปตท. 300 เมตร ตำบลประชาธิปัตย์ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี หลังรับแจ้งได้เดินทางไปยังที่เกิดเหตุพร้อมเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู
ที่เกิดเหตุพบรถเมล์ สาย 34 สีน้ำเงิน ทะเบียน กรุงเทพมหานคร จอดอยู่ห่างป้ายรถเมล์เพียงเล็กน้อย พบผู้เสียชีวิตสภาพนอนคว่ำหน้าอยู่ท้ายรถเมล์ เลือดไหลนองพื้นถนน สวมเสื้อสีแดงกางเกงยีนส์ขายาว อายุ 41ปี พักอาศัยอยู่ ต.คำเตย อ.เมืองนครพนม จ.นครพนม เป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ honda click สีดำ ทะเบียนกรุงเทพฯ ส่วนคันที่ 2 ยี่ห้อyamaha รุ่น fino สีชมพู ทะเบียนกรุงเทพฯ
จากการสอบถามคนขับรถเมล์ได้เปิดเผยว่า ตนขับมาระหว่างนั้นรถก็ติด หลังจากที่หลุดพ้นจากป้ายรถเมล์มา เล็กน้อย ขับมาเรื่อยๆไม่มีใครโบกให้จอดตรงป้าย ขับไวไม่ได้เพราะรถมันติด สักพักเหมือนได้ยินเสียงเหมือนเบียดกัน พอมองดูกระจกข้างเห็นล้มแล้ว มันเป็นเหตุสุดวิสัย ซึ่งตอนนั้นก็มีผู้โดยสารอยู่บนรถ 10 กว่าคน ขับมาจากรังสิตปลายทางสุดสายหัวลำโพง
ทางด้านนาย SO WIN THRU อายุ 26 ปี ชาวเมียนมาคู่กรณี ที่ขับรถจักรยานยนต์ถูกผู้เสียชีวิตขับจยย.เกี่ยวเปิดเผยว่า ตนเป็นคนขับรถมอเตอร์ไซค์ ถูกผู้เสียชีวิตขับรถจักรยานยนต์เกี่ยวแล้วเสียหลักล้ม มาจากเมืองเอกหลังจากที่เลิกงานมากำลังจะขับรถไปลาดพร้าว เพื่อกลับบ้าน ระหว่างที่ขับมาเขาบีบแตรแล้วเขาเบี่ยงใส่ แล้วก็มาชนรถผมแล้วก็เสียหลักไปถูกรถเมล์ล้อหลังทับ
ส่วนทางด้านนาย ปราโมทย์ อายุ 60 ปี วินจักรยานยนต์รับจ้าง ที่เห็นเหตุการณ์เล่าว่า รถเมล์กำลังเคลื่อนออกตัวไป ผู้เสียชีวิตขับตีคู่กับรถ yamaha fino ส่วนคันที่ขับคลิกซึ่งเป็นผู้เสียชีวิต หักเลี้ยวขวาแล้วไปเกี่ยวรถมอเตอร์ไซค์ แล้วเสียหลักกระเด็นไปใส่ล้อหลังรถเมล์ หัวมุดใต้ท้องรถทับเสียชีวิตเลย
เบื้องต้น ร.ต.อ.นัธธวัฒน์ องอาจ รองสารวัตรสอบสวน สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมบันทึกภาพเก็บไว้เป็นหลักฐาน นอกจากนี้ก็จะได้เชิญคนขับเมล์ไปสอบสวนเพิ่มเติมที่ สภ. ส่วนผู้เสียชีวิตนั้นได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู นำศพส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต เพื่อตรวจสอบการเสียชีวิตอีกครั้งและจะได้ติดตามญาติเพื่อนำศพกลับไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนาต่อไป