เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2568 จากกรณีชาวบ้านพบร่างนางเพียด อายุ 62 ปี เป็นชาวจังหวัดสุรินทร์ ถูกฆ่าหมกศพไว้ที่นา บริเวณ ต.ไร่ขิง อ.สามพราน จ.นครปฐม เมื่อวานนี้ 24 ก.พ.68 สภาพศพลักษณะนอนคว่ำหน้า บริเวณลำคอถูกรัดด้วยเข็มขัดเส้นเล็กสีน้ำตาล คล้ายสายกระเป๋า สภาพศพสวมเสื้อแขนยาวสีขาว ใส่กางเกงยีนส์ขาสั้น จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ สภ.โพธิ์แก้ว ระดมกำลังกันเพื่อติดตามตัวคนร้าย

พลตำรวจโท นัยวัฒน์ ผะเดิมชิต ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 แถลงผลการจับกุม นายเหน่ง อายุ 59 ปี หลังไปก่อเหตุฆ่าชิงทรัพย์นางเพียด หรือ ป้าน้อย อายุ 62 ปี และทิ้งศพไว้ที่คันนาในซอยไร่ขิง 34
โดยผู้ต้องหาอ้างว่า ตนได้กลับมาอยู่ที่บ้านกับภรรยาเมื่อช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ หลังจากที่ไปทำงานรับจ้างทั่วไปในจังหวัดเพชรบูรณ์ มานานหลายเดือน ซึ่งภรรยาของนายเหน่งรู้จักกันป้าน้อยอยู่แล้ว

ป้าน้อยได้มีการพูดกับภรรยาของนายเหน่งว่า หาแฟนให้หน่อย เมื่อผู้ต้องหารู้แบบนั้น ด้วยความที่มีปัญหาขัดสนทางการเงิน จึงได้ออกไปนัดเจอป้าน้อย โดยอ้างว่าจะพาไปแนะนำให้รู้จักกับผู้ชายคนหนึ่ง ซึ่งผู้ต้องหาได้มีการใช้รถจักรยานยนต์ของภรรยาขี่ออกไปรับป้าน้อยที่ซอยบางเตย 4 ในเวลาประมาณ 19.30 น. ก่อนจะขี่ซ้อนท้ายกันออกไป กระทั่งมาจนถึงจุดเกิดเหตุ ผู้ต้องหาจึงได้ให้ป้าน้อยลงจากรถ เพื่อเปิดใต้เบาะเอาเข็มขัดของภรรยา มาใช้รัดคอ ครั้งแรกเข็มขัดขาดเนื่องจากมีสภาพที่เก่าแล้ว ผู้ต้องหาจึงใช้เข็มขัดที่เหลือรัดคออีกครั้งจนสิ้นใจ ก่อนจะปลดเอาสร้อยคอทองคำ และแหวนทองคำ 2 วงไป
จากนั้นในช่วงสายของวันรุ่งขึ้น ผู้ต้องหาได้นำทองที่ขโมยมาไปขายที่ร้านทอง แต่พอรู้ว่าเป็นทองปลอม จึงได้เก็บของกลับมา ก่อนจะโยนแหวนทองคำ 2 วงทิ้งที่บ่อน้ำแถววัดทรงคะนอง ส่วนสร้อยคอทองคำก็เก็บไว้
เบื้องต้นพนักงานสอบสวน สภ.โพธิ์แก้ว แจ้ง 2 ข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ฆ่าชิงทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา และให้การว่ากระทำการเพียงคนเดียว ภรรยาไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ ตอนนี้อยู่ระหว่างการสอบปากคำภรรยาของผู้ต้องหา และผู้ต้องหาปฏิเสธว่าไม่ได้กระทำอนาจารป้าน้อย ซึ่งประเด็นนี้อยู่ระหว่างรอผลตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน สำหรับนายเหน่งจากการตรวจสอบประวัติพบว่า เคยถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับลักทรัพย์ที่ สภ.โพธิ์แก้ว 2 ครั้ง