(12 ต.ค. 69) เวลา 10.20 น. ที่ห้องประชุมเฉลิมอากาศ โรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี พล.อ.อ.เสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) แถลงเจตนารมณ์ ผบ.ทอ. พุทธศักราช 2570–2571 โดยมีนายทหารชั้นผู้ใหญ่ของกองทัพอากาศ สมาคมคู่สมรสทหารอากาศ ชุมนุมนักเรียนนายเรืออากาศรุ่นต่าง ๆ ข้าราชการกองทัพอากาศ นักเรียนทหาร และสื่อมวลชน ร่วมรับฟังการแถลงเจตนารมณ์ในครั้งนี้

พล.อ.อ.เสกสรร กล่าวว่า วันนี้เป็นวันที่ระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 9 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ผู้พระราชทานนาม "โรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช" ในปี พ.ศ. 2556 ในโอกาสครบรอบ 60 ปี โรงเรียนนายเรืออากาศ โดยในปีนี้โรงเรียนนายเรืออากาศครบรอบ 74 ปี และในปี พ.ศ. 2570 จะครบรอบ 90 ปี กองทัพอากาศ ซึ่งหากล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 9 ยังทรงพระชนม์ชีพอยู่ จะทรงมีพระชนมายุครบ 100 พรรษา จึงมาเพื่อถวายความจงรักภักดีต่อสถาบันอันเป็นที่หล่อหลอมและผลิตนายทหารหลักของกองทัพอากาศที่มีระเบียบวินัย มีอุดมการณ์ และมีเกียรติศักดิ์
พล.อ.อ.เสกสรร กล่าวอีกว่า การแถลงเจตนารมณ์ในครั้งนี้ สืบเนื่องจากเหตุการณ์สำคัญและความเสี่ยงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นตั้งแต่การแถลงครั้งก่อน โดยเฉพาะภารกิจการป้องกันประเทศช่วงวันที่ 8–27 ธ.ค. 68 รวมถึงภารกิจการช่วยเหลือประชาชนจากภัยพิบัติที่รุนแรงและถี่ขึ้น ตลอดจนสถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

นอกจากนี้ ยังได้น้อมนำพระราชปณิธานของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 9 ที่ทรงพระราชนิพนธ์ไว้ว่า "เราจะยอมตายหมายให้เกียรติดำรง และจะปิดทองหลังองค์พระปฏิมา" มาเป็นแนวทางในการปฏิบัติราชการ ได้แก่ มุ่งมั่นเสริมสร้างกำลังทางอากาศไปสู่กองทัพอากาศที่แข็งแกร่งและมีประสิทธิภาพ ตามยุทธศาสตร์ หลักนิยม และสมุดปกขาว เพื่อปกป้องผลประโยชน์แห่งชาติในห้วงอากาศและอวกาศ รับมือกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ทั้งการยั่วยุด้วยข้อมูลข่าวสาร ปฏิบัติการทางไซเบอร์ และการใช้โดรน กำลังทางอากาศยุคใหม่ต้องมีความสามารถทางไซเบอร์ อวกาศ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า และยุทโธปกรณ์เทคโนโลยีสมัยใหม่บนเครือข่ายการเชื่อมโยงข้อมูลที่แข็งแกร่งร่วมกับทุกเหล่าทัพ
ผบ.ทอ. กล่าวเน้นย้ำถึงการบริหารงบประมาณจากภาษีประชาชนให้เกิดประโยชน์สูงสุด และดำรงความพร้อมรบอยู่เสมอ เนื่องจากเมื่อมีภัยสงคราม เดิมพันคืออธิปไตย อาณาเขต เกียรติภูมิ และชีวิตของประชาชน พร้อมย้ำว่าขีดความสามารถที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่ตัวยุทโธปกรณ์เพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับ "กำลังพล" ที่มีภาวะผู้นำ คุณธรรม ความรู้ จิตใจเข้มแข็ง และขวัญกำลังใจที่ดี พร้อมน้อมนำพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว "ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมีความสุข แก้ไขในสิ่งผิด สืบสานในพระราชปณิธาน ภายใต้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง" มาปฏิบัติภารกิจ และมุ่งมั่นเทิดทูน ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์
สำหรับการประเมินสถานการณ์ สภาพแวดล้อม และภัยคุกคามยุคใหม่ ได้เปรียบเทียบสถานการณ์ความมั่นคงรอบบ้านด้วยปรัชญาจีนว่า "เสมือนหนึ่งแมกไม้เคลื่อนไหวแต่ไม่มีลม" ซึ่งหมายถึงการมีภัยคุกคามซ่อนอยู่ จึงประมาทไม่ได้ สงครามยุคใหม่เป็นการปฏิบัติการหลายมิติ (Multi-Domain Operations) ที่ต้องบูรณาการทั้งทางบก เรือ อากาศ ไซเบอร์ และอวกาศ ร่วมกับเทคโนโลยี AI, Autonomous Systems, Drones, Robotics, Satellites และ Network Sensors

นอกจากเทคโนโลยีชั้นสูง (High-End Technology) แล้ว ปัจจุบันยังเห็นการกลับมาใช้เทคโนโลยีพื้นฐานราคาต่ำแต่เน้นปริมาณมาก (Low-End Technology) เช่น Swarm Drone, FPV Drone, Fiber Optic Drone และ Kamikaze Drone ซึ่งเป็นภัยคุกคามที่อันตรายและป้องกันได้ยาก รวมถึงผลกระทบจากภูมิรัฐศาสตร์โลก เช่น สงครามรัสเซีย-ยูเครน ส่งผลให้งบประมาณป้องกันประเทศของกลุ่มนาโต้และราคายุทโธปกรณ์สูงขึ้น สายการส่งกำลังบำรุงหยุดชะงัก ตลอดจนจุดเปราะบางทางยุทธศาสตร์ เช่น ช่องแคบฮอร์มุซ ช่องแคบมะละกา และช่องแคบไต้หวัน
บทเรียนจากการใช้กำลังตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ชี้ให้เห็นว่าต้องประเมินทั้ง Kinetic (การใช้อาวุธทำลายล้าง) และ Non-Kinetic (เทคโนโลยีและการข่าว) ต้องใช้การทูตฝ่ายทหารรักษาสมดุลกับประเทศมหาอำนาจ โดยร่วมมือกับกระทรวงการต่างประเทศ รวมทั้งเตรียมพร้อมรับมือสงครามข้อมูลข่าวสาร (Misinformation / Disinformation) และสาธารณภัยจากธรรมชาติ (เอลนีโญ, ลานีญา, อุทกภัย, หมอกควัน)
ในส่วนของมิติอวกาศและการปฏิบัติการโดยใช้เครือข่ายเป็นศูนย์กลาง (Network Centric Operation) ชัยชนะในสงครามไม่ได้ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพอาวุธเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับการข่าวกรอง การเชื่อมโยงข้อมูล และการครองความได้เปรียบในมิติอวกาศ (High Ground & Higher Ground) ทั้งระบบนำร่อง GPS และการต่อต้านการรบกวน (Anti-jamming) นอกเหนือจากดาวเทียมเพื่อการพาณิชย์และความมั่นคงแล้ว กองทัพอากาศกำลังพัฒนาดาวเทียมนภา 3 และนภา 4 เพื่อใช้ในภารกิจทางทหารและร่วมกับภาคีเครือข่าย
หัวใจของยุทธศาสตร์กองทัพอากาศคือ Network Centric Operation บนหลักการ Shared Situational Awareness หรือ "เห็นก่อน เรียนรู้ก่อน เข้าใจก่อน ตกลงใจก่อน และลงมือก่อน" มุ่งสู่การรบร่วมภายใต้แนวคิดศูนย์บัญชาการขีดความสามารถร่วม (Joint Capability Command หรือ JCC) บูรณาการ Joint ISR, Joint Integrated Air Defense and Missile System, Joint / Counter Unmanned Aerial System, Joint Cyber และ EMS ผ่าน National Tactical Data Link โดยมีหลักการสำคัญคือ "ไม่ยิงกันเอง"
การพัฒนาต้องผ่าน Joint Education, Joint Training และ Joint & Combined Exercise โดยยึดหลัก "ทิศทางสำคัญกว่าความเร็ว" ยึดถือยุทธศาสตร์กองทัพอากาศ 20 ปี ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2568 และสมุดปกขาว ซึ่งแบ่งโครงการปี 2570–2571 ออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่
* โครงการจัดหา (10 โครงการ)
* ความร่วมมือกับอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ (20 โครงการ)
* งานวิจัยพัฒนาโดย ทอ. (9 โครงการ)
สำหรับนิยาม "แข็งแกร่งและมีประสิทธิภาพ" 5 ข้อ และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ได้แก่
* มีความรักในสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ มีความภูมิใจในรากเหง้าและเกียรติภูมิความเป็นไทย
* มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อป้องปราม ป้องกันประเทศ และช่วยเหลือประชาชน
* มีความเป็นมืออาชีพในการปฏิบัติงาน
* มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้
* เป็นทหารอากาศยุคใหม่ พร้อมสร้างคนในอนาคต
การตัดสินใจทางทหารเกี่ยวข้องกับชีวิตและความมั่นคง จึงต้องให้มนุษย์อยู่ในจุดตัดสินใจเสมอ ไม่สามารถให้ AI หรือหุ่นยนต์ทำหน้าที่แทนได้ ทักษะสำคัญที่ต้องรักษาและสร้างในบุคลากรยุคใหม่ ได้แก่ Creativity (ความคิดสร้างสรรค์), Critical Thinking (การคิดเชิงวิพากษ์/วิเคราะห์), Adaptability (การปรับตัว) และ Empathy (ความเห็นอกเห็นใจเพื่อนมนุษย์) พร้อมส่งเสริมบุคลากรที่มีความสามารถพิเศษไปปฏิบัติงานในองค์กรภาครัฐ เอกชน และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ เช่น สำนักงานการบินพลเรือน, วิทยุการบิน, ท่าอากาศยานไทย, กสทช., การบินไทย และกระทรวงต่าง ๆ สำหรับโครงการสำคัญตามสมุดปกขาว (ปี 2569–2571) และการพัฒนาตามสายงาน แบ่งออกเป็น
* กลุ่มปฏิบัติการทางอากาศ: โครงการจัดหาเครื่องบินขับไล่โจมตีทดแทน ระยะที่ 2, ระบบอากาศยานไร้คนขับติดอาวุธเชิงยุทธศาสตร์, ระบบ Precision Guided Munition / Long Range Precision Weapon
* กลุ่มระบบบัญชาการควบคุม: พัฒนาระบบป้องกันทางอากาศ, เรดาร์ตรวจจับโดรนและวัตถุอวกาศ, ระบบป้องกันฐานที่ตั้ง ระยะ 1–2, ระบบปฏิบัติการห้วงอวกาศ
* กลุ่มการลำเลียงทางอากาศ: เครื่องบินลำเลียงทางยุทธวิธีอเนกประสงค์ ระยะที่ 1, เครื่องบินรับส่งบุคคลสำคัญ/เติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ, เฮลิคอปเตอร์ขนาดกลาง
* กลุ่มการดำรงความพร้อมและวิจัยพัฒนา: พัฒนาระบบส่งกำลังซ่อมบำรุง, เครื่องช่วยฝึกทางยุทธวิธี, วิจัยพัฒนาโดรนติดอาวุธระดับยุทธวิธี
นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มช่วยเหลือประชาชน และการเสริมสร้างขวัญกำลังใจ รวมถึงการเรียนรู้บทเรียนประวัติศาสตร์ เช่น สงครามเก้าทัพ และวีรกรรมของวีรสตรี โดยแบ่งการพัฒนาสายงานต่างๆ ดังนี้:
* งานการข่าว: พัฒนาการข่าวกรองและต่อต้านข่าวกรอง ใช้ระบบ AI-assisted ควบคู่กับ Human-in-the-loop และยกระดับทักษะผู้ช่วยทูตทหาร
* งานยุทธการและบัญชาการควบคุม: สนับสนุน JCC, ใช้ระบบ ACCS, พัฒนาศูนย์ซอฟต์แวร์ และป้องกันภัยจากโดรน/ขีปนาวุธวิถีโค้ง
* งานอวกาศ: เข้าร่วมภาคีความร่วมมือ Artemis Program และบูรณาการข้อมูลดาวเทียม
* งานส่งกำลังซ่อมบำรุง: ปรับการซ่อมบำรุงเป็น Multidisciplinary และอนุรักษ์พลังงาน/สิ่งแวดล้อม
* งานดิจิทัล/คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า: ครองความได้เปรียบในสงครามที่มองไม่เห็น (Cyber, Space, EMS)
* งานวิจัยและพัฒนา: ผลักดันงานวิจัย TRL 4–8 ผ่าน Valley of Death สู่ TRL 9 เพื่อผลิตใช้จริง
* งานงบประมาณ: จัดทำคำขอโครงการสำคัญ (Flagship Project) อย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้
ผบ.ทอ. กล่าวย้ำถึงการดูแลคุณภาพชีวิตและบทบาทหน้าที่ของกำลังพล โดยเปรียบเปรยว่า "กองทัพสิงโตที่นำโดยแกะ จะแพ้กองทัพแกะที่นำโดยสิงโต" ขวัญกำลังใจคือสิ่งสำคัญที่สุด กองทัพต้องดูแลสวัสดิการ ที่พักอาศัย ข้าราชการชั้นผู้น้อย และพลทหารอาสา สำหรับแนวทางปฏิบัติตามกลุ่มกำลังพล มีดังนี้:
* หัวหน้าหน่วย: ต้องเข้าใจยุทธศาสตร์และสมุดปกขาวอย่างถ่องแท้ เป็นแบบอย่าง บริหารทรัพยากร และไม่ใช้อารมณ์
* ฝ่ายเสนาธิการ: เป็นมันสมอง กล้าคิด กล้าเสนอแนะ ยึดหลัก "รอบคอบ ตกลงใจ แจ่มแจ้ง ทันเวลา" ตามคำสอนของพระบิดากองทัพอากาศ และปฏิบัติตามคำสั่งอย่างเข้มแข็งเมื่อมีการตัดสินใจแล้ว
* ผู้ปฏิบัติ: นำเจตนารมณ์ไปสู่การปฏิบัติ ฝึกฝนความเชี่ยวชาญ และรักษาวินัยอย่างเคร่งครัด