วันที่ 9 ตุลาคม 2569 กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวเร่งสืบสวนติดตามจับกุมแก๊งบัญชีม้าที่สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน หลังมีผู้เสียหายถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือ PEA หลอกให้เปลี่ยนมิเตอร์ไฟฟ้าและรับเงินประกันค่าไฟคืน ก่อนสูญเงินในบัญชีธนาคารจนหมด โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 4 ราย ในพื้นที่เมืองพัทยา อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ขณะที่ยังเหลือผู้ต้องหาอีก 1 ราย อยู่ระหว่างหลบหนี
ตามนโยบายของ พล.ต.ท.พงษ์สยาม มีขันทอง ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ได้สั่งการให้กองกำกับการสืบสวน กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว นำโดย พ.ต.อ.แมน รถทอง ผู้กำกับการสืบสวน บช.ทท. พร้อมด้วย พ.ต.ท.เจษฎา ทองทา และ พ.ต.ท.ปิยะพงษ์ รักษา รองผู้กำกับการสืบสวน บช.ทท. รวมถึงเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน เร่งรัดติดตามจับกุมกลุ่มบัญชีม้าที่ก่อเหตุหลอกลวงประชาชนอย่างต่อเนื่อง
ต่อมาเมื่อคืนวันที่ 7 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 4 ราย ได้แก่ 1.นายเอ (นามสมมติ) อายุ 25 ปี ซึ่งเป็นหัวหน้าแก๊งบัญชีม้า ตามหมายจับศาลจังหวัดขอนแก่นที่ 1162/2569 2.นายบี (นามสมมติ) อายุ 24 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดขอนแก่นที่ 1160/2569 3.นายซี (นามสมมติ) อายุ 31 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดขอนแก่นที่ 1163/2569 และ 4.นายดี (นามสมมติ) อายุ 24 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดขอนแก่นที่ 1161/2569 ทั้งหมดถูกกล่าวหาในข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน โดยจับกุมได้บริเวณลานจอดรถโรงแรมแห่งหนึ่งในซอยนาเกลือ 25 เมืองพัทยา อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี และบริเวณหน้าคอนโดมิเนียมในซอยเพนียดช้าง ตำบลเมืองพัทยา อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี
สำหรับพฤติการณ์ของกลุ่มคนร้าย พบว่าเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่แอบอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือ PEA ติดต่อหลอกประชาชนเกี่ยวกับการเปลี่ยนมิเตอร์ไฟฟ้าและการคืนเงินประกันค่าไฟ โดยส่ง QR Code ให้ผู้เสียหายสแกนเพื่อติดต่อดำเนินการ จากนั้นหลอกให้กรอกข้อมูลส่วนตัวและรายละเอียดบัญชีธนาคาร เมื่อผู้เสียหายกรอกข้อมูลเสร็จกลับพบว่าเงินในบัญชีถูกโอนออกไปจนหมด จึงรู้ตัวว่าถูกหลอกและเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น พร้อมติดต่อกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวผ่านสายด่วน 1155 เพื่อแจ้งเหตุที่เกิดขึ้น
ภายหลังได้รับแจ้งเหตุ กองกำกับการสืบสวน กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวได้ลงพื้นที่สืบสวนจนทราบว่าเงินที่คนร้ายหลอกลวงไปถูกโอนเข้าสู่บัญชีม้าปลายทางในเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี เจ้าหน้าที่จึงติดตามแกะรอยจนพบกลุ่มบัญชีม้าและกลุ่มบุคคลที่ทำหน้าที่กดเงินสด พร้อมรวบรวมพยานหลักฐานส่งให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น ยื่นขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหารวม 5 ราย ซึ่งมีแหล่งกบดานอยู่ในพื้นที่พัทยา กระทั่งวันที่ 7 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมนายเอ (นามสมมติ) ได้บริเวณลานจอดรถโรงแรมหรูแห่งหนึ่งในซอยนาเกลือ 25 เมืองพัทยา
จากนั้นตำรวจได้ขยายผลเข้าตรวจค้นห้องพักของนายเอ (นามสมมติ) ภายในคอนโดมิเนียมหรูย่านถนนเทพประสิทธิ์ พบสมุดบัญชีธนาคารและบัตรเอทีเอ็มหลายรายการ ขณะเดียวกันยังเข้าตรวจค้นห้องพักของนายบี (นามสมมติ) นายดี (นามสมมติ) และนายซี (นามสมมติ) พบสมุดบัญชีธนาคารและบัตรเอทีเอ็มหลายรายการเช่นกัน เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดของกลางทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
จากการสอบสวนขยายผล ผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับว่า นายเอ (นามสมมติ) เป็นนายทุนลูกครึ่งไทย-จีน ทำหน้าที่จัดหาบุคคลมาเปิดบัญชีหรือนำบัญชีเงินฝากอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ตามคำสั่งของชาวจีน ซึ่งเป็นหัวหน้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยนายเอ (นามสมมติ) จะสั่งการให้นายบี (นามสมมติ) และนายดี (นามสมมติ) ติดต่อประสานงานและนัดหมายกับเจ้าของบัญชีม้า เพื่อรอรับเงินที่ถูกโอนเข้าบัญชี ขณะที่นายซี (นามสมมติ) ทำหน้าที่รวบรวมเงินสดที่ได้จากการกดเงินผ่านตู้เอทีเอ็ม แล้วนำมามอบให้นายเอ (นามสมมติ)
เมื่อรวบรวมเงินได้ครบตามจำนวนในแต่ละวัน นายเอ (นามสมมติ) จะนำเงินสดไปส่งมอบให้กับนายทุนใหญ่ชาวจีน ซึ่งเป็นหัวหน้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยนัดพบกันตามโรงแรมในพื้นที่เมืองพัทยา และใช้แอปพลิเคชัน Telegram เป็นช่องทางติดต่อเพื่อนัดหมายกัน ทั้งนี้ กลุ่มผู้ต้องหาจะได้รับค่าจ้างคิดเป็น 20% ของจำนวนเงินที่หลอกลวงจากประชาชนชาวไทยมาได้
อย่างไรก็ตาม กลุ่มคนร้ายดังกล่าวมีผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด 5 ราย ขณะนี้เจ้าหน้าที่จับกุมได้แล้ว 4 ราย ส่วนผู้ต้องหาอีก 1 รายยังคงหลบหนี โดยตำรวจจะเร่งสืบสวนติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป