ข่าวโซเชียล

สำนักงานตำรวจ แจ้งเตือนด่วน! ถึงประชาชนทุกคน อย่าทำเด็ดขาด

|
สำนักงานตำรวจ แจ้งเตือนด่วน! ถึงประชาชนทุกคน อย่าทำเด็ดขาด

วันที่ 27 กันยายน 2569 พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงสถานการณ์ฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ หลังกรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัย ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีความห่วงใยประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย รวมถึงเกรงว่ามิจฉาชีพจะฉวยโอกาสก่อเหตุลักทรัพย์ในช่วงที่ประชาชนต้องอพยพหรือทิ้งบ้านพักอาศัย ซึ่งถือเป็นการซ้ำเติมความเดือดร้อนของผู้ประสบภัย

สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงขอให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวังและป้องกันทรัพย์สินจากมิจฉาชีพ พร้อมเตือนผู้ที่คิดจะก่อเหตุให้ทราบถึงบทลงโทษตามกฎหมาย ดังนี้

1.ห้ามฉวยโอกาสลักทรัพย์ในพื้นที่อุทกภัย

การเข้าไปลักทรัพย์ในพื้นที่ที่กำลังเกิดอุทกภัยถือเป็นการซ้ำเติมผู้ประสบภัย และเข้าข่ายเหตุฉกรรจ์ โดยผู้กระทำความผิดจะถูกดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (2) ฐานลักทรัพย์ในสถานที่เกิดอุทกภัยหรืออุบัติภัย มีโทษจำคุกตั้งแต่ 1-5 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000-100,000 บาท ซึ่งเป็นบทลงโทษที่รุนแรงกว่าการลักทรัพย์ในสถานการณ์ปกติ

2.ล็อกบ้านและเก็บของมีค่าให้ปลอดภัยก่อนอพยพ

หากมีความจำเป็นต้องออกจากพื้นที่เสี่ยงภัยตามประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยา ขอให้ประชาชนนำเอกสารสำคัญและทรัพย์สินมีค่าติดตัวไปด้วย ส่วนสิ่งของที่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ ควรเก็บไว้ในสถานที่ที่ปลอดภัยและมิดชิด พร้อมยกขึ้นไว้ในจุดสูงเพื่อให้พ้นระดับน้ำ

3.ช่วยกันเฝ้าระวังภายในชุมชน

นอกจากเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่แล้ว ขอความร่วมมือผู้ที่ยังพักอาศัยอยู่ในชุมชนช่วยกันสอดส่องบ้านเรือนบริเวณใกล้เคียง หากเป็นไปได้ควรเปิดไฟเพิ่มบริเวณทางเข้า-ออกบ้าน เพื่อเพิ่มแสงสว่างและช่วยป้องปรามมิจฉาชีพในช่วงเวลากลางคืน

4.สังเกตและแจ้งเบาะแสบุคคลต้องสงสัย

หากพบเห็นบุคคลแปลกหน้าพายเรือหรือใช้ยานพาหนะตระเวนไปตามบ้านเรือนที่ถูกน้ำท่วม โดยไม่มีเหตุอันควร ขอให้ประชาชนจดจำรูปพรรณสัณฐาน รวมถึงลักษณะและรายละเอียดของยานพาหนะ ก่อนแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เข้าตรวจสอบโดยทันที

ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นบุคคลที่มีพฤติกรรมน่าสงสัย หรือได้รับความเสียหายจากการถูกลักทรัพย์ สามารถแจ้งเหตุผ่านสายด่วน 191 หรือสายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1599 ส่วนกรณีต้องการความช่วยเหลือฉุกเฉิน สามารถติดต่อสายด่วนกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) 1784 หรือสายด่วน 1669 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

 

ABOUT THE AUTHOR

neen

ทีมข่าว Siam News