วันที่ 22 กันยายน 2569 นายเสมอ งิ้วงาม หรือ ป๋อง สุพรรณ เซียนพระชื่อดัง เดินทางเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนกองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปราม ในฐานะพยาน กรณีเกี่ยวข้องกับมูลนิธิหวันโชติ ซึ่งมีอดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์เป็นผู้เกี่ยวข้อง โดยได้นำข้อมูลและเอกสารหลายส่วนมามอบให้เจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะรายละเอียดเกี่ยวกับการดำเนินงานของมูลนิธิ
ป๋อง สุพรรณ เปิดเผยว่า แม้ตนเองจะมีชื่อเป็นหนึ่งในคณะกรรมการมูลนิธิ แต่ไม่ได้มีอำนาจในการสั่งจ่ายหรือเบิกถอนเงินของมูลนิธิ เนื่องจากอำนาจดังกล่าวอยู่กับอดีตเจ้าอาวาส เลขานุการ และกรรมการที่ได้รับมอบหมาย ส่วนสาเหตุที่เข้ามาเป็นกรรมการนั้น เกิดจากความศรัทธา และเห็นว่ามูลนิธิสามารถนำเงินไปช่วยเหลือประชาชนได้ เช่น จัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์หรือสิ่งของเพื่อช่วยเหลือชาวบ้าน อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมากลับแทบไม่มีการเรียกประชุมคณะกรรมการเพื่อรับทราบรายละเอียดการดำเนินงาน
สำหรับเงินของมูลนิธิ ป๋อง สุพรรณ ระบุว่า จากข้อมูลที่ตนเองทราบ เงินที่เข้ามูลนิธิจะถูกนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ เช่น จัดซื้อเครื่องมือแพทย์ โดยให้โอนเงินไปยังบริษัทหรือผู้รับโดยตรง และตนเองไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับขั้นตอนการเบิกจ่ายแต่อย่างใด
ส่วนกรณี ทองคำประมาณ 9 กิโลกรัม ที่มีการตั้งคำถามว่าเกี่ยวข้องกับการถวายทองให้อดีตเจ้าอาวาสหรือไม่นั้น ป๋อง สุพรรณ ยืนยันว่า ทองดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อนำไปใช้หุ้มองค์พ่อจตุคามรามเทพภายในวัด โดยช่างได้ประเมินว่าต้องใช้ทองประมาณ 9 กิโลกรัม และตนเองก็ร่วมถวายทองจำนวน 1 กิโลกรัมด้วยความศรัทธา ขณะที่ทองบางส่วนยังอยู่กับช่าง และล่าสุดช่างได้ติดต่อกลับมาเพื่อส่งคืน เพื่อนำไปดำเนินการต่อหรือส่งมอบให้ทางวัดพิจารณา
ขณะที่ประเด็น เหรียญเหนือดวง ป๋อง สุพรรณ ยืนยันว่าไม่ได้มีส่วนร่วมในการจัดสร้างเหรียญรุ่นดังกล่าว เนื่องจากเหรียญเหนือดวงสร้างขึ้นตั้งแต่ปี 2549 ขณะที่ตนเองเพิ่งเข้าวัดในปี 2552 และบวชที่วัดในปี 2559 จึงไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ช่วงที่มีการจัดสร้างเหรียญ
ส่วนวัตถุมงคลรุ่นอื่นๆ ยอมรับว่าเคยช่วยประชาสัมพันธ์และชักชวนผู้ที่มีความศรัทธาให้ร่วมทำบุญ โดยมีเจตนานำเงินที่ได้ไปใช้ในการบูรณะวัด พร้อมยืนยันว่าไม่เคยนำเงินของวัดมาใช้หรือรับเงินจากวัด และหากมีการจองวัตถุมงคล ตนเองก็จ่ายเงินในราคาเดียวกับผู้ร่วมทำบุญรายอื่น
ป๋อง สุพรรณ ยังเปิดเผยความรู้สึกต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ยอมรับว่าเสียใจและรับไม่ได้ เพราะตนเองรวมถึงครอบครัวมีความศรัทธาต่ออดีตเจ้าอาวาสมานานหลายปี ที่ผ่านมายังเคยชักชวนลูกศิษย์ รวมถึงนักมวย ให้เดินทางไปกราบไหว้และทำบุญที่วัด แต่เมื่อเกิดเรื่องขึ้นจึงต้องแยกระหว่างความศรัทธากับสิ่งที่เกิดขึ้น พร้อมขอให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามพยานหลักฐาน หากใครกระทำผิดก็ให้เป็นไปตามกฎหมาย
นอกจากนี้ ยังฝากถึงผู้ที่จะเข้ามาดูแลวัดต่อว่า อยากให้ช่วยรักษาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัดเอาไว้ เพื่อให้ประชาชนและลูกศิษย์ยังสามารถเดินทางเข้าไปกราบไหว้และใช้เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจได้ต่อไป
ป๋อง สุพรรณ ยังกล่าวขอโทษลูกศิษย์และผู้ที่ตนเองเคยชักชวนให้เดินทางไปทำบุญที่วัด พร้อมยืนยันว่า การชักชวนที่ผ่านมาเกิดขึ้นจากความศรัทธา และไม่ได้มีเจตนาที่จะหาผลประโยชน์จากการทำบุญ
ภายหลังเข้าให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวน ป๋อง สุพรรณ ระบุว่า เจ้าหน้าที่ได้รับข้อมูลและเอกสารที่นำมาให้ในวันนี้ไว้แล้ว และเห็นว่าน่าจะเป็นประโยชน์ต่อการสืบสวนสอบสวน เพื่อดำเนินคดีต่อไปตามพยานหลักฐาน