วันที่ 17 กันยายน 2569 เวลา 10.30 น. นางสาวสุรีย์ญา แสงรอด พร้อมตัวแทนกลุ่มประชาชนผู้เดือดร้อนและผู้เสียหายจากโครงการบ้านออมทอง ต.บางปูใหม่ อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ เดินทางมายื่นหนังสือ ติดตามความคืบหน้า และส่งมอบพยานหลักฐานเพิ่มเติมต่อประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ส่วนกลาง ณ สำนักงาน ป.ป.ช. ถนนนนทบุรี อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี
การยื่นหนังสือครั้งนี้เป็นการติดตามเรื่องเดิมตามหนังสือสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ นร 01670000977 ซึ่งส่งเรื่องมายัง ป.ป.ช. ส่วนกลาง เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 เวลา 16.03 น. รวมถึงหนังสือคืนสำนวนการสอบสวนของสำนักงานอัยการจังหวัดสมุทรปราการ ที่ อส 0058(สป)/3680 ลงวันที่ 26 มิถุนายน 2569 ซึ่งระบุว่า คดีดังกล่าวเป็นความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการของเจ้าหน้าที่รัฐ และอยู่ในอำนาจการไต่สวนของ ป.ป.ช. โดยตรง

ขณะเดียวกัน กลุ่มชาวบ้านได้นำชุดไทยสไบทองไปถวายสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำสำนักงาน ป.ป.ช. ส่วนกลาง เพื่อขอพรและเป็นสิริมงคล พร้อมสาปแช่งกลุ่มขบวนการฉ้อโกง เจ้าหน้าที่รัฐทุจริต และกลุ่มนายทุนที่ร่วมกันบีบบังคับยึดบ้านของประชาชนตลอดหลายปีที่ผ่านมา
กลุ่มชาวบ้านระบุว่า พึ่งพาการดำเนินงานในระดับพื้นที่ไม่ได้ จึงต้องนำหลักฐานมายื่นต่อ ป.ป.ช. ส่วนกลาง และขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ช่วยเปิดทางตรวจสอบและดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด พร้อมขอให้ช่วยเปิดทางปราบมารศาสนาให้หมดสิ้นไปโดยเร็ว

นางสาวสุรีย์ญา กล่าวว่า วันนี้นำหนังสือและหลักฐานใหม่เพิ่มเติมมายื่น หลัง ป.ป.ช. ยืนยันว่าจะช่วยติดตามเอกสารบางส่วนที่ยังติดค้าง โดยต้องการทราบความคืบหน้าคดีทุจริตตามหนังสือของอัยการ รวมถึงติดตามคดีฉ้อโกงประชาชนว่า มีความเห็นพ้องกับทางกองปราบปรามหรือไม่ จากนี้จะประสานเจ้าหน้าที่ผู้รับเรื่องเพื่อติดตามความคืบหน้าต่อไป
นางสาวสุรีย์ญา กล่าวอีกว่า กลุ่มชาวบ้านยังนำชุดผ้าไทยมาถวายสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำ ป.ป.ช. เพื่อสร้างขวัญกำลังใจและเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจในการต่อสู้เพื่อความเป็นธรรม โดยคุณโบว์ยืนยันว่า หากเอกสารหรือข้อมูลที่ยื่นต่อหน่วยงานต่างๆ ยังไม่มีหนังสือตอบกลับมา ทางกลุ่มจะไม่ถอย และจะติดตามเรื่องต่อไปให้ถึงที่สุดในทุกมิติ
สำหรับสถานการณ์ภายในหมู่บ้านขณะนี้ยังคงทรงตัวและอยู่ในกระบวนการยุติธรรม ยังไม่มีบุคคลใดเข้ามาสร้างความรำคาญหรือใช้ถ้อยคำข่มขู่ ส่วนการเจรจากับทางฝั่งวัด ยืนยันว่า ยังไม่มีการเจรจาเกิดขึ้น อีกฝ่ายยังคงต้องการทรัพย์สินของชาวบ้านเช่นเดิม จึงขอให้กระบวนการยุติธรรมเป็นผู้ตัดสิน โดยชาวบ้านจะต่อสู้ตามเอกสารและหลักฐานที่มี พร้อมยืนยันความพร้อมในการต่อสู้คดีต่อไป
ณัฐพงศ์ มาลี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีหมู่บ้านออมทอง จ.สมุทรปราการ เป็นข้อพิพาทเกี่ยวกับที่ดิน อาคาร และสัญญาที่ชาวบ้านระบุว่าเป็นโมฆะกรรม โดยมีผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่าย ทั้งวัด เจ้าอาวาส ไวยาวัจกร กรรมการชุมชน นายทุน ผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ และเจ้าหน้าที่รัฐบางราย
ชาวบ้านเชื่อว่า ทางวัดมีพฤติการณ์ฉ้อโกงประชาชนเป็นปกติธุระ หลังนำที่ดินของวัดมาปล่อยขายให้ชาวบ้านในลักษณะโครงการบ้านจัดสรร พร้อมให้สิทธิ์เช่าที่ดินถาวรตั้งแต่ปี 2537 แต่ภายหลังทางวัดเปลี่ยนสัญญาและยื่นฟ้องขับไล่ชาวบ้าน โดยหวังยึดอาคารบ้านเรือน
ชาวบ้านจึงแจ้งความวัดและไวยาวัจกรวัดที่ สภ.บางปู ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2568 แต่คดียังไม่มีความคืบหน้า เนื่องจากตำรวจระบุว่าเป็นคดีแพ่ง ขณะที่ประชาชนรับทราบจากอัยการจังหวัดสมุทรปราการว่า คดีนี้มีมูลความผิดเกี่ยวกับการทุจริตต่อหน้าที่ ตามหนังสือสำนักงานอัยการจังหวัดสมุทรปราการ ที่ อส 0058(สป)/3680