วันที่ 10 ก.ย.2569 พ.ต.ท.เรืองวิทย์ ดวงจินดา สว.กก.1 บก.ป. นำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านพักหลังหนึ่งในพื้นที่ ม.1 ต.คลองสี่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ของน.ส.ปุณยวีร์ หรือสีกาเอ๋ อายุ 47 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 1 ที่ 30/2569 ลงวันที่ 8 ก.ย. 69) “สนับสนุนเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย

ทั้งนี้ในส่วนของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ให้สัมภาษณ์ในรายการโหนกระแส เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับคดีกับการจับกุมสมีโชติ อดีตเจ้าวาสวัดพุทไธศวรรย์ว่า จุดเริ่มต้นมาจากมีกลุ่มลูกศิษย์ของสมีโชติ ที่ทนเห็นพฤติกรรมไม่ไหว จึงส่งเรื่องร้องเรียน และคลิปเสพเมถุน มาให้ตำรวจสอบสวนกลาง จนนำไปสู่การสืบสวนขยายผล 2 เดือน และพบว่ามีการเบียดบังทรัพย์สินวัด
โดยพบพฤติการณ์ว่า สมีโชติ มีพฤติกรรมยักยอกเงินจากการจำหน่ายวัตถุมงคล ไม่ได้นำเงินเข้าวัด แต่ใช้วิธีการลอกเลียนแบบวัดพระบาทน้ำพุ คือการไปจดจัดตั้งมูลนิธิ เพื่อโยกย้ายเงินเข้าส่วนตัว แต่ออกใบอนุโมทนาบัตรเป็นชื่อวัด ซึ่งการจดตั้งมูลนิธิเพิ่งดำเนินการได้ไม่นานมานี้เอง
ส่วนสีกาเอ๋ ในคลิป พบว่ารู้จักกับสมีโชติ มาตั้งแต่ปี 2567 หรือเมื่อ 2 ปีก่อน ตอนนี้พบความเสียหายเพิ่มขึ้นเป็น 100 ล้าน โดยมีทรัพย์สินบางส่วนไปอยู่ที่ฝ่ายหญิง ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เปิดเผยอีกว่า จากแนวทางการสืบสวน ตอนนี้พบว่ามีบุคคลที่มีความเชื่อมโยงอีกประมาณ 2-3 คน และอาจมีสีกามากกว่า 1 คน เข้ามาพัวพันด้วย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน และดำเนินการต่อไป
