วันที่ 22 สิงหาคม 2569 เกิดความเศร้าและกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับมาตรฐานการส่งต่อและการดูแลผู้ป่วย หลัง น.ส.วิราพัตร หรือ น้องอ้อ อายุ 37 ปี บุคลากรของมหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร เสียชีวิตกะทันหันจากภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดปอด ที่โรงพยาบาลกำแพงเพชร เมื่อวันที่ 17 สิงหาคมที่ผ่านมา ก่อนครอบครัวจะนำร่างกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาที่บ้านพัก หมู่ 4 ตำบลประดาง อำเภอวังเจ้า จังหวัดกำแพงเพชร ท่ามกลางความโศกเศร้าของครอบครัว ญาติมิตร และเพื่อนร่วมงาน ขณะที่ญาติและเพื่อนยังคงตั้งข้อสงสัยถึงขั้นตอนการส่งตัวและการดูแลผู้ป่วยก่อนเข้าสู่ภาวะวิกฤต ว่ามีความล่าช้าเกินไปหรือไม่ โดยเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม น้องอ้อมีอาการหายใจติดขัดจึงเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเอกชนในกำแพงเพชร ก่อนวันที่ 17 สิงหาคม เวลาประมาณ 11.30 น. จะถูกส่งตัวมายังโรงพยาบาลกำแพงเพชร พร้อมระบุในใบส่งตัวว่ามีภาวะลิ่มเลือดอุดตันในปอด และอยู่ระหว่างรอการรักษาในห้องฉุกเฉินนานกว่า 6 ชั่วโมง กระทั่งเริ่มมีอาการหน้ามืด เหนื่อยหอบอย่างรุนแรง แพทย์จึงเร่งกู้ชีพและให้การรักษา ก่อนผู้ป่วยจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา
ต่อมา ญาติและเพื่อนร่วมงานได้เดินทางไปยังโรงพยาบาลกำแพงเพชร เพื่อขอทราบรายละเอียดของกระบวนการรักษา โดยมี นพ.สมเพ็ง โชคเฉลิมวงศ์ รองผู้อำนวยการด้านพัฒนาระบบบริการและสนับสนุนบริการสุขภาพ พร้อมคณะแพทย์ ร่วมชี้แจงและแสดงความเสียใจต่อครอบครัว พร้อมเปิดเผยไทม์ไลน์ว่า วันที่ 16 สิงหาคม ผู้ป่วยมีอาการวูบ เหนื่อยหอบ และหายใจไม่สะดวก จึงเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเอกชนเมืองกำแพงเพชร ซึ่งตรวจพบระดับออกซิเจนในเลือดลดลงเหลือ 88% คลื่นไฟฟ้าหัวใจพบหัวใจเต้นเร็ว 125 ครั้งต่อนาที และผลตรวจเลือด Trop I เป็นบวกที่ 0.501 ng/mL ทำให้สงสัยภาวะลิ่มเลือดอุดกั้นในปอด ร่วมกับภาวะซีดจากเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด ก่อนส่งตัวมารักษาต่อที่โรงพยาบาลกำแพงเพชรตามสิทธิ กระทั่งเวลา 11.32 น. วันที่ 17 สิงหาคม ห้องฉุกเฉินได้ตรวจสัญญาณชีพ พบอุณหภูมิ 37.0 องศาเซลเซียส ความดันโลหิต 117/82 มิลลิเมตรปรอท ชีพจร 118 ครั้งต่อนาที อัตราการหายใจ 22 ครั้งต่อนาที และระดับออกซิเจนในเลือด 91% จากนั้นมีการเจาะเลือด ตรวจเพิ่มเติม ถ่ายภาพรังสีทรวงอก ให้ออกซิเจนครอบทางปากและจมูก ให้น้ำเกลือ จองเลือดเพื่อรักษาภาวะซีด และปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านสูตินรีเวช
เวลา 17.17 น. แพทย์สูตินรีเวชตรวจอัลตราซาวด์หน้าท้อง พบเนื้องอกมดลูก แต่ไม่พบน้ำในช่องท้อง จึงวินิจฉัยว่าเป็นเนื้องอกมดลูกร่วมกับภาวะซีด และวางแผนให้เลือด 1 ยูนิตที่ห้องฉุกเฉิน พร้อมให้ยาบำรุงเลือด ยาแก้ปวด และยาหยุดเลือดออกจากช่องคลอด ต่อมาเวลา 17.30 น. ขณะที่ผู้ป่วยปัสสาวะบนเตียง ได้เกิดอาการหน้ามืด วูบ เกร็งทั่วตัวประมาณ 30 วินาที มีเหงื่อออก ตัวเย็น และหายใจเหนื่อย โดยวัดความดันได้ 128/100 mmHg ชีพจร 90 ครั้งต่อนาที และระดับน้ำตาลปลายนิ้ว 94 mg% ทีมแพทย์จึงเพิ่มออกซิเจนเป็น 15 LPM เจาะตรวจระดับออกซิเจนในเลือด และขอเอกซเรย์คอมพิวเตอร์แบบเร่งด่วน แต่ผู้ป่วยมีอาการเหนื่อยมากขึ้น หายใจ 30 ครั้งต่อนาที แพทย์จึงพิจารณาใส่ท่อช่วยหายใจ ก่อนระดับความรู้สึกตัวลดลง วัดความดันไม่ได้ และชีพจรเต้นเร็ว 135 ครั้งต่อนาที จึงให้ยาเพิ่มความดันทางหลอดเลือดดำและประสานย้ายเข้าหอผู้ป่วยหนักไอซียู กระทั่งเวลา 18.13 น. ผู้ป่วยหัวใจหยุดเต้น ทีมแพทย์ได้ทำการปั๊มหัวใจและให้ยากระตุ้นหัวใจจนหัวใจกลับมาเต้นอีกครั้ง ก่อนปรึกษาอายุรแพทย์โรคหัวใจและตรวจอัลตราซาวด์หัวใจ จนพบลิ่มเลือดอุดตันในปอด จึงให้ยาละลายลิ่มเลือดฉีดเข้าทางหลอดเลือดดำทันที
อย่างไรก็ตาม เวลา 18.24 น. น้องอ้อเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นอีกครั้ง ทีมแพทย์ได้ปั๊มหัวใจและให้ยากระตุ้นหัวใจอย่างต่อเนื่อง จนถึงเวลา 19.53 น. ผู้ป่วยเสียชีวิต แพทย์ได้อธิบายข้อมูลเกี่ยวกับพยากรณ์โรคและการกู้ชีพให้ญาติทราบ ก่อนประสานแพทย์นิติเวชผ่าชันสูตร ซึ่งพบภาวะลิ่มเลือดอุดตันที่ปอดทั้งสองข้าง ด้านโรงพยาบาลยืนยันว่าบุคลากรทางการแพทย์ทุกคนได้ปฏิบัติหน้าที่และดูแลผู้ป่วยอย่างเต็มกำลังความสามารถ แม้ปัจจุบันโรงพยาบาลจะเผชิญภาระงานหนักจากปัญหาขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งเป็นปัจจัยเชิงระบบที่อยู่ระหว่างเร่งแก้ไข หลังชี้แจงรายละเอียด ญาติและเพื่อนจึงเดินทางกลับ ขณะที่ในวันพรุ่งนี้คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลจะเดินทางไปร่วมพิธีฌาปนกิจที่จังหวัดตาก เพื่อร่วมส่ง น้องอ้อ เป็นครั้งสุดท้าย และแสดงความเสียใจต่อครอบครัวที่ต้องสูญเสียลูกสาวอันเป็นที่รัก