วันที่ 17 สิงหาคม 2569 โรงพยาบาลขอนแก่น Khon Kaen Hospital ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีหญิงรายหนึ่งเสียชีวิต หลังมีการเผยแพร่ภาพและข้อความระหว่างเข้ารับการรักษาที่สถานพยาบาล ก่อนผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งซึ่งระบุว่าเป็นลูกชายของผู้เสียชีวิตออกมาตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่มารดาหมดสติในห้องน้ำและเสียชีวิตในเวลาต่อมา โดยโรงพยาบาลขอนแก่นระบุว่า จากกรณีที่ปรากฏเป็นข่าวใน Social Network ณ ขณะนี้ โรงพยาบาลขอชี้แจงข้อเท็จจริงดังนี้
วันที่ 13 สิงหาคม 2569 เวลา 12.12 น. โรงพยาบาลขอนแก่นรับผู้ป่วยหญิงอายุ 50 ปี เข้ารับการรักษาที่ห้องตรวจอุบัติเหตุฉุกเฉิน หลังมีอาการไข้ หนาวสั่น ปวดเมื่อยตามตัว และมีผื่นแดง โดยอาการดังกล่าวเกิดขึ้นมาแล้วประมาณ 3 วัน แพทย์จึงส่งตรวจเลือดและตรวจปัสสาวะเบื้องต้น ก่อนรับผู้ป่วยไว้เป็นผู้ป่วยในของโรงพยาบาลขอนแก่น
ระหว่างวันที่ 14-15 สิงหาคม 2569 ขณะที่ผู้ป่วยพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล ผู้ป่วยยังรู้สึกตัว แต่ยังคงมีไข้ไม่ลดลง แพทย์จึงติดตามหาสาเหตุเพิ่มเติมด้วยการเจาะเลือดเพื่อค้นหาสาเหตุของการติดเชื้อในกระแสเลือด รวมถึงส่งตรวจเอกซเรย์ พร้อมให้ยาฆ่าเชื้ออย่างต่อเนื่องตามแผนการรักษา
ต่อมา วันที่ 16 สิงหาคม 2569 เวลาประมาณ 04.00 น. เจ้าหน้าที่พบผู้ป่วยหมดสติอยู่ภายในห้องน้ำ แพทย์และพยาบาลจึงเข้าดูแลและประเมินอาการทันที พบว่าสัญญาณชีพผิดปกติ จึงพิจารณาใส่เครื่องช่วยหายใจและส่งตรวจ CT Scan ฉุกเฉิน ผลตรวจพบว่ามีเลือดออกในสมอง และมีภาวะเลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมองขนาดใหญ่ รวมถึงภาวะสมองกดทับการทำงานของก้านสมอง ส่งผลให้อาการของผู้ป่วยทรุดลง
จากนั้นแพทย์ได้วางแผนรักษาด้วยการผ่าตัด แต่ผู้ป่วยมีภาวะความดันโลหิตต่ำและมีความเสี่ยงสูงที่จะเสียชีวิตระหว่างการผ่าตัด จึงไม่สามารถดำเนินการผ่าตัดได้ โดยแพทย์ได้แจ้งสาเหตุและแนวทางการรักษาให้ญาติทราบ พร้อมดูแลผู้ป่วยตามแผนการรักษาเพื่อประคับประคองอาการภายในหอผู้ป่วยวิกฤตศัลยกรรมระบบประสาท ก่อนที่ญาติจะมีความประสงค์นำผู้ป่วยกลับไปเสียชีวิตที่บ้าน
ส่วนกรณีประเด็นที่ถูกเผยแพร่ใน Social Network ว่ามีพยาบาลและผู้ช่วยพยาบาลเข้าไปแสดงความคิดเห็นใน Facebook ด้วยข้อความที่ไม่เหมาะสมนั้น โรงพยาบาลขอนแก่นระบุว่าได้ตรวจสอบเรื่องดังกล่าวแล้ว พบว่าบุคลากรทั้งพยาบาลและผู้ช่วยพยาบาลที่ปรากฏในประเด็นดังกล่าว ไม่ได้เป็นบุคลากรของโรงพยาบาลขอนแก่น
โรงพยาบาลขอนแก่นขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของผู้เสียชีวิต พร้อมระบุว่าได้ทบทวนระบบการให้บริการของโรงพยาบาล และยังคงมุ่งมั่นพัฒนาการให้บริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนต่อไป
