จากประเด็นร้อนเมื่อทายาทเจ้าของที่ดินออกมาเรียกร้องสิทธิ์บนที่ดินของวัดป่าอดุลยาราม อ.เมือง จ.ขอนแก่น พื้นที่ 21 ไร่ หลังนายเฮียงบริจาคให้วัดเมื่อปี 2533 แต่ทายาทออกมาระบุยังไม่มีการโอนที่ดินอย่างเป็นทางการ จนเรื่องไปถึงชั้นศาล เมื่อฝ่ายทายาทฟ้องร้องวัด แต่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ยกฟ้อง ก่อนต่อมามีกลุ่มชายฉกรรจ์กว่า 30-40 คนนั่งรถตู้นำท่อปูนมาขวางทางเข้าออกวัด ตามที่เคยเสนอข่าวไปแล้วนั้น

ป้าดา ซึ่งเป็นหลานสาวของ นายเฮียง พิมพ์ศรี เจ้าของที่ดินเดิม เล่าว่า ในอดีตนายเฮียงมีเจตนามอบที่ดินเพื่อใช้สำหรับสร้างวัด แต่การมอบที่ดินดังกล่าวมีเงื่อนไขกำกับเอาไว้ กระทั่งต่อมาเกิดข้อพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในการครอบครองที่ดิน จนนำไปสู่การต่อสู้ทางกฎหมาย
ทั้งนี้ นายเฮียง พิมพ์ศรี มีความตั้งใจว่าจะให้ที่ดินเพื่อสร้างวัด โดยเดิมนายเฮียงเป็นผู้จัดสรรที่ดินขายและเป็นผู้ใหญ่บ้าน จึงมีความคิดที่จะสร้างวัด และมีการมอบโฉนดให้จริงในวันที่ 17 ส.ค. 2533 แต่ขณะนั้นนายเฮียงมีทะเบียนสมรสกับนาง นาง พิมพ์ศรี และการให้ที่ดินมีเงื่อนไขที่นายเฮียงเขียนไว้ว่า จะทำนิติกรรมให้ต่อเมื่อวัดสมบูรณ์แล้ว หมายถึงต้องสร้างวัดให้แล้วเสร็จและมีวิสุงคามสีมาและองค์ประกอบต่างๆ ที่ชัดเจนว่าเป็นวัด จึงจะทำนิติกรรมให้ ในเวลานั้นมีข้อกำหนดเกี่ยวกับพื้นที่
สำหรับการสร้างวัด โดยที่ดินหากต่ำกว่า 6 ไร่ไม่สามารถสร้างวัดได้ และขณะนั้นไม่มีใครโต้แย้งเรื่องดังกล่าว กระทั่งต่อมา วันที่ 15 ธ.ค. 2534 นายเฮียงเสียชีวิต ทายาทจึงเห็นว่านิติกรรมดังกล่าวสิ้นสุดลงตั้งแต่ปี 2534 เนื่องจากเงื่อนไขที่กำหนดไว้ยังไม่สำเร็จ จึงเกิดเป็นเรื่องราวขึ้นในเวลาต่อมา