วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กชื่อ Jessada Denduangboripant ชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกระแสข่าวลือเรื่องคลื่นยักษ์สึนามิจะเข้าสู่อ่าวไทย โดยระบุว่า ไม่ต้องกังวลข่าวลือเรื่องจะเกิดคลื่นยักษ์สึนามิเข้าอ่าวไทย พร้อมอธิบายว่า หลังเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงในต่างประเทศ เช่น ประเทศเวเนซุเอลา ทำให้ข่าวลือและข่าวปลอมเกี่ยวกับคำทำนายว่า คลื่นสึนามิจะเข้าอ่าวไทยและมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก กลับมาเผยแพร่อีกครั้ง ซึ่งไม่เป็นความจริง อีกทั้งปัจจุบันยังไม่มีวิธีใดที่สามารถทำนายล่วงหน้าได้ว่าจะเกิดแผ่นดินไหวหรือสึนามิในวันและเวลาใด รวมถึงหากเกิดสึนามิขึ้นจริง ก็แทบเป็นไปไม่ได้ที่จะเคลื่อนตัวเข้าสู่อ่าวไทยในลักษณะของคลื่นยักษ์
ดร.เจษฎา ยังอ้างอิงข้อมูลของกรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งอธิบายว่า ต้องแยกเป็น 2 ประเด็น คือ โอกาสเกิดคลื่นสึนามิในอ่าวไทย และโอกาสที่อ่าวไทยจะได้รับผลกระทบจากสึนามิ โดยในประเด็นแรก โอกาสที่จะเกิดคลื่นสึนามิภายในอ่าวไทยจากการเลื่อนตัวของเปลือกโลกแบบรอยเลื่อนย้อนมุมต่ำ มีน้อยมากหรือแทบไม่มี เนื่องจากไม่มีแนวการมุดตัวของแผ่นเปลือกโลกในอ่าวไทย แม้จะมีสันใต้ทะเลหรือแอ่งต่าง ๆ แต่ลักษณะทางธรณีวิทยาไม่เอื้อต่อการเกิดรอยเลื่อนที่ทำให้เกิดการกระฉอกของน้ำทะเลอย่างรุนแรง จึงสรุปได้ว่าโอกาสเกิดสึนามิที่มีแหล่งกำเนิดในอ่าวไทยนั้นมีน้อยมาก
ส่วนโอกาสที่อ่าวไทยจะได้รับผลกระทบจากคลื่นสึนามิที่เกิดจากพื้นที่อื่น กรมทรัพยากรธรณีระบุว่า อาจมีความเป็นไปได้ เนื่องจากบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก โดยเฉพาะแนวประเทศฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น รวมถึงชายฝั่งทวีปอเมริกา และพื้นที่ภูเขาไฟใต้ทะเลบางแห่ง อาจเกิดแผ่นดินไหวหรือภูเขาไฟระเบิดจนทำให้เกิดคลื่นสึนามิ ซึ่งคลื่นสามารถเดินทางได้ไกล ดังเช่นเหตุการณ์ในอดีตที่คลื่นสึนามิจากประเทศชิลีส่งผลถึงออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ หรือเหตุการณ์ในทะเลอันดามันที่ส่งผลถึงชายฝั่งทวีปแอฟริกา อย่างไรก็ตาม หากเกิดสึนามิจากบริเวณญี่ปุ่นหรือฟิลิปปินส์ ก็อาจส่งผลต่อชายฝั่งภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยได้บ้าง แต่ต้องพิจารณาทิศทางและมุมการเคลื่อนที่ของคลื่นเป็นสำคัญ
นอกจากนี้ กรมทรัพยากรธรณียังระบุว่า ชายฝั่งอ่าวไทยส่วนใหญ่ไม่น่าจะได้รับผลกระทบรุนแรง เนื่องจากมีแนวชายฝั่งของประเทศเวียดนามและกัมพูชาช่วยกำบัง โดยเฉพาะบริเวณอ่าวไทยตอนใน จึงไม่มีเหตุให้ต้องวิตกกังวลมากนักในกรณีเกิดสึนามิ อย่างไรก็ตาม การศึกษาประวัติการเกิดคลื่นสึนามิในอ่าวไทยยังมีความจำเป็น เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการประเมินความเสี่ยงและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต รวมถึงศึกษาข้อมูลจากประเทศใกล้เคียงประกอบด้วย

เรียบเรียงโดย มุมข่าว