ข่าวภูมิภาค

ไม่รอด! รวบ 7 ผู้ต้องหาแก๊งขโมยรถมอเตอร์ไซค์ ยึดของกลางเพียบ

|
ไม่รอด! รวบ 7 ผู้ต้องหาแก๊งขโมยรถมอเตอร์ไซค์ ยึดของกลางเพียบ

เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองสมุทรปราการ โดยฝ่ายสืบสวนร่วมกับฝ่ายป้องกันปราบปราม เปิดปฏิบัติการกวาดล้างเครือข่ายโจรกรรมและขนย้ายรถจักรยานยนต์รายใหญ่ในพื้นที่ หลังมีประชาชนหลายรายเข้าแจ้งความว่าถูกคนร้ายลักรถจักรยานยนต์อย่างต่อเนื่อง จึงเร่งสืบสวนติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุ พร้อมขยายผลไปยังเครือข่ายรับซื้อและขนย้ายทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำความผิด โดยมี พล.ต.ท. นราเดช ทิพย์รักษ์ ผบช.ภ.1, พล.ต.ต. กิตติ์ธเนศ ธนนันท์ทวีสิน รอง ผบช.ภ.1, พล.ต.ต. ธานินทร์ ฉัตรเจริญพร ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ, พ.ต.อ. ประภาส มั่งคั่ง รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ และ พ.ต.อ. จักรกฤช ศรีโรจนากูร ผกก.สภ.เมืองสมุทรปราการ เป็นผู้กำกับดูแลการปฏิบัติงาน

จากการสืบสวน เจ้าหน้าที่ทราบเบาะแสว่าจะมีรถกระบะตู้ทึบเข้ามารับรถจักรยานยนต์ที่ถูกโจรกรรมไว้ภายในอาคารร้างแห่งหนึ่งในตำบลบางเมือง อำเภอเมืองสมุทรปราการ จึงวางกำลังซุ่มสังเกตการณ์ กระทั่งพบรถกระบะตู้ทึบยี่ห้อโตโยต้าเดินทางมายังจุดนัดหมาย โดยมีชายคนหนึ่งเป็นผู้ขับรถมาเพียงลำพัง ขณะที่ชายอีกคนกำลังขนรถจักรยานยนต์ 2 คันขึ้นท้ายรถ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าควบคุมตัว ทราบชื่อผู้ต้องหาคือ นาย ห. (นามสมมติ) อายุ 18 ปี และนาย ต. (นามสมมติ) อายุ 30 ปี

จากการสอบสวน นาย ห. (นามสมมติ) รับสารภาพว่า ตนร่วมกับนาย ท. (นามสมมติ) ซึ่งอยู่ระหว่างหลบหนี ก่อเหตุขโมยรถจักรยานยนต์มาซุกซ่อนไว้ภายในอาคารร้าง เพื่อรอให้นาย ต. (นามสมมติ) ขับรถกระบะตู้ทึบมารับไปส่งยังจุดหมายปลายทาง

เจ้าหน้าที่สอบสวนขยายผลต่อจนทราบจากนาย ต. (นามสมมติ) ว่ายังมีนัดหมายไปรับรถจักรยานยนต์อีก 2 คันที่บ้านพักบริเวณซอยอยู่สุข 18 ตำบลบางเมือง จึงวางแผนเข้าตรวจสอบ เมื่อไปถึงพบวัยรุ่น 2 คน คือ นาย น. (นามสมมติ) อายุ 18 ปี และนาย ช. (นามสมมติ) อายุ 16 ปี กำลังช่วยกันเข็นรถจักรยานยนต์ 2 คัน ซึ่งถอดแผ่นป้ายทะเบียนออกแล้ว เมื่อตรวจสอบพบว่ารถทั้งสองคันมีการแจ้งหายไว้ในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการและพื้นที่ใกล้เคียง ทั้งนาย น. (นามสมมติ) และนาย ช. (นามสมมติ) ยอมรับว่าร่วมกันลักทรัพย์รถจักรยานยนต์มา พร้อมให้ข้อมูลถึงผู้ร่วมก่อเหตุอีก 2 คน ทำให้เจ้าหน้าที่ขยายผลติดตามจับกุมนาย ป. (นามสมมติ) อายุ 16 ปี และนาย อ. (นามสมมติ) อายุ 17 ปี ได้ในเวลาต่อมา

ต่อมา ชุดสืบสวนแกะรอยเส้นทางขนส่งจนพบแหล่งรวบรวมรถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ภายในบ้านพักแห่งหนึ่งในจังหวัดฉะเชิงเทรา จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบ โดยพบนาย ต๋. (นามสมมติ) แสดงตัวเป็นเจ้าของบ้าน และพบรถกระบะตู้ทึบยี่ห้ออีซูซุจอดอยู่ภายในบริเวณบ้าน เมื่อตรวจค้นภายในรถพบรถจักรยานยนต์ซุกซ่อนอยู่ 7 คัน และพบเพิ่มเติมบริเวณรอบบ้านอีก 2 คัน รวมทั้งหมด 9 คัน

นาย ต๋. (นามสมมติ) รับสารภาพว่าได้รับฝากรถจักรยานยนต์ทั้งหมดไว้จริง โดยร่วมก่อเหตุกับนาย ม. (นามสมมติ) และนาย ทง. (นามสมมติ) ซึ่งทั้งสองคนอยู่ระหว่างหลบหนี เจ้าหน้าที่ตรวจสอบหมวดทะเบียนและหมายเลขตัวรถ พบว่ารถจักรยานยนต์ดังกล่าวเป็นรถที่ถูกโจรกรรมมาจากพื้นที่รับผิดชอบของสถานีตำรวจหลายแห่ง

ผลการปฏิบัติการครั้งนี้ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาและผู้ถูกกล่าวหาที่เกี่ยวข้องได้รวม 7 ราย พร้อมตรวจยึดรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายที่ถูกโจรกรรม 13 คัน รถจักรยานยนต์ที่ใช้ในการก่อเหตุอีก 2 คัน รวมรถจักรยานยนต์ทั้งสิ้น 15 คัน นอกจากนี้ ยังตรวจยึดรถกระบะตู้ทึบที่ใช้ขนย้ายรถ 2 คัน เบ้ากุญแจ 25 อัน และกุญแจรถจักรยานยนต์ 5 ดอก

ภายหลังการจับกุมและตรวจยึดของกลาง สภ.เมืองสมุทรปราการ เร่งตรวจสอบข้อมูลและประสานติดตามเจ้าของรถ โดยล่าสุดสามารถติดต่อผู้เสียหายได้แล้ว 9 คัน เพื่อให้เดินทางมารับรถจักรยานยนต์คืนตามขั้นตอนทางกฎหมาย

ABOUT THE AUTHOR

neen

ทีมข่าว Siam News