ข่าวภูมิภาค

สะเทือนใจ! เปิดจำนวนผู้เสียชีวิตล่าสุด เหตุน้ำท่วมปราจีนบุรี

|
สะเทือนใจ! เปิดจำนวนผู้เสียชีวิตล่าสุด เหตุน้ำท่วมปราจีนบุรี

เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 มีรายงานว่า เมื่อเวลา 23.55 น. วันที่ 14 ตุลาคมที่ผ่านมา นายชนาธิป โคกมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ในฐานะรักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี สรุปผลการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเร่งด่วน เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหามลพิษทางน้ำและผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบเสนอเรื่องไปยังกรมโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อพิจารณาสั่งปิดและเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานอุตสาหกรรม 4 แห่ง หลังพบการกระทำความผิดกรณีปล่อยมลพิษทางน้ำอย่างชัดเจน ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาในกระชังและกุ้ง

นอกจากนี้ ยังส่งเรื่องให้ตำรวจขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงิน เพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มทุนต่างชาติที่ใช้บุคคลอื่นเป็นตัวแทนอำพราง หรือนอมินี ถือหุ้นบังหน้าเพื่อเข้ามาดำเนินกิจการโดยผิดกฎหมาย พร้อมวางมาตรการระยะยาวด้วยการจัดตั้งชุดเคลื่อนที่เร็วเข้าตรวจสอบตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงแต่งตั้งคณะทำงาน 3 ฝ่าย ประกอบด้วยภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เพื่อร่วมกันป้องกันปัญหามลพิษ โดยมอบหมายให้นายสัญญา นามี รองผู้ว่าราชการจังหวัด รับเรื่องร้องเรียนและเร่งกำหนดมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบให้เร็วที่สุด

สำหรับรายงานสรุปสถานการณ์อุทกภัยจังหวัดปราจีนบุรี ณ วันที่ 14 ตุลาคม 2569 พบว่ามีพื้นที่ได้รับผลกระทบครอบคลุม 7 อำเภอ 65 ตำบล 691 หมู่บ้าน และ 37 ชุมชน รวม 59,727 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิตสะสม 25 ราย แบ่งเป็นผู้เสียชีวิตจากการจมน้ำ 20 ราย และไฟฟ้าชอร์ต 5 ราย โดยพบผู้เสียชีวิตในอำเภอกบินทร์บุรี 7 ราย อำเภอประจันตคาม 6 ราย อำเภอศรีมโหสถ 4 ราย อำเภอเมืองปราจีนบุรี 3 ราย อำเภอบ้านสร้าง 3 ราย และอำเภอศรีมหาโพธิ 2 ราย ขณะที่พื้นที่เกษตรได้รับความเสียหายกว่า 109,685 ไร่ ส่วนสัตว์น้ำและปศุสัตว์ได้รับผลกระทบรวมกว่า 400,000 ตัว

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง องคมนตรี ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ เชิญสิ่งของพระราชทานจำนวน 3,000 ชุด ไปมอบแก่ประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี นายชนาธิปกล่าวว่า พื้นที่รับน้ำปลายน้ำอย่างอำเภอบ้านสร้างยังมีระดับน้ำลดลงอย่างช้า ๆ เนื่องจากได้รับอิทธิพลจากน้ำทะเลหนุนและการเปิดประตูระบายน้ำคลอง 13 ขณะนี้จังหวัดยังคงเปิดศูนย์พักพิงชั่วคราว 13 แห่ง พร้อมกำชับให้เจ้าหน้าที่ดูแลเรื่องอาหารและสุขภาพจิตของผู้ประสบภัยอย่างใกล้ชิด

ด้านนายกฤษ กษมพันธุ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี เร่งนำเครื่องจักรและรถขยะเข้าขนย้ายขยะที่ปนเปื้อนจากน้ำท่วม พร้อมระดมเครื่องสูบน้ำเพื่อเร่งระบายน้ำที่ยังท่วมขังในหมู่บ้านทรัพไพรินและซอยถนอมจิต อำเภอเมืองปราจีนบุรี โดยสูบน้ำจากคลองสวนไผ่ลงสู่คลองโคกกระจะ ขณะที่นายบุญเกื้อ พากเพียรศิลป์ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองปราจีนบุรี เปิดเผยว่า ระดับน้ำในเขตเทศบาลเมืองปราจีนบุรีลดลงเกือบทั้งหมดแล้ว เหลือเพียงบางชุมชน เช่น ชุมชนท้ายวัดหลวงและชุมชนศรีมงคล ซึ่งประชาชนกำลังเร่งทำความสะอาดบ้านเรือนและนำขยะรวมถึงเศษซากสิ่งของที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมออกมาวางไว้กลางถนนหรือริมทาง

เจ้าหน้าที่กองอนามัยและสิ่งแวดล้อมจึงเข้าดำเนินการขนย้ายขยะทุกวัน โดยเฉพาะบริเวณถนนสายปราจีนตคามซึ่งมีขยะสะสมเป็นจำนวนมาก จึงเร่งนำรถโกยตักและรถบรรทุกเข้าจัดเก็บ พร้อมฉีดล้างทำความสะอาดถนนสายหลัก เพื่อฟื้นฟูพื้นที่ให้กลับมาสะอาดและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ในช่วงที่ชาวบ้านทยอยทำความสะอาดบ้านเรือนหลังน้ำลด ยังพบพ่อค้าแม่ค้าขายของเก่าออกมารับซื้อและเก็บสิ่งของที่ประชาชนนำมาทิ้ง

เพื่อนำไปสร้างรายได้ นายชัย อดีตนักการภารโรงโรงเรียนเทศบาล 2 เปิดเผยว่า ตนมีร้านขายของเก่า และหลังน้ำลดชาวบ้านเริ่มทำความสะอาดบ้านพร้อมนำสิ่งของที่เสียหายออกมาทิ้งไว้กลางถนน จึงเข้าไปคัดเลือกเก็บสิ่งของเหล่านั้นเพื่อนำไปขาย มีรายได้เฉลี่ยวันละ 5,000-7,000 บาท นอกจากนี้ บางบ้านยังเรียกให้ไปช่วยเก็บสิ่งของ พร้อมมอบเงินเป็นค่าตอบแทนเพิ่มเติมด้วย

ส่วนผลกระทบต่อการเดินทาง ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร แจ้งเตือนผู้ใช้รถใช้ถนนว่า ถนนสาย 3079 เส้นทางปราจีนบุรี-ศรีมหาโพธิ บริเวณหน้าวัดกระแจะ เกิดการทรุดตัวเป็นแนวยาว ทำให้รถสามารถสัญจรได้เพียงเลนเดียว ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางของประชาชนที่ต้องเข้ารับการรักษาพยาบาล

ขณะเดียวกัน ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า ถนนสายสระแก้วตัดใหม่ เส้นทางพนมสารคาม-สระแก้ว หรือทางหลวงหมายเลข 359 บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 58 ฝั่งตรงข้ามปั๊มน้ำมันคาลเท็กซ์ มุ่งหน้าเขาหินซ้อน พบหลุมบนผิวถนนลึกประมาณ 7 เซนติเมตร และมีความยาว 2 เมตร ส่งผลให้รถจักรยานยนต์เสียหลักล้มได้รับบาดเจ็บมาแล้วกว่า 20 ครั้ง

นายดลวิวัฒน์ หนึ่งในผู้ใช้รถจักรยานยนต์ เล่าว่า ขณะขับรถจากจังหวัดศรีสะเกษมุ่งหน้าไปจังหวัดชลบุรี เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุพบหลุมบนถนนในระยะกระชั้นชิด จึงเบรกกะทันหัน ทำให้รถของตนและรถของเพื่อนที่ขับตามมาตกหลุมจนตัวรถลอยขึ้นกลางอากาศ อย่างไรก็ตาม โชคดีที่ไม่มีใครเสียหลักล้มจนได้รับบาดเจ็บ

เช่นเดียวกับนายสุเนตร์ พลเมืองดี ซึ่งออกมาเรียกร้องผ่านสื่อให้แขวงทางหลวงปราจีนบุรีเร่งเข้าซ่อมแซมจุดเสี่ยงและถนนที่มีหลุมเป็นบ่อตลอดเส้นทางด่วน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุรุนแรงจนมีผู้เสียชีวิตในอนาคต

ABOUT THE AUTHOR

neen

ทีมข่าว Siam News