วันที่ 2 ตุลาคม 2569 ที่โรงแรมแห่งหนึ่งย่านรางน้ำ กลุ่มขบวนการประชาชนจากหลากหลายภาคส่วนทั่วประเทศ ทั้งเครือข่ายผู้ปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ เกษตรกร คนจนเมือง แรงงาน ชนเผ่าพื้นเมือง ชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ รวมถึงกลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตย ได้ออกแถลงการณ์ร่วมในนาม เครือข่ายประชาชนต่อต้านธนาคารโลกและไอเอ็มเอฟ
พร้อมประกาศนัดหมายรวมตัวชุมนุมภายใต้แนวคิด หยุดทุนล้างโลก ประชาชนกำหนดอนาคต บริเวณหน้าศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งมีกำหนดเป็นสถานที่จัดการประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (World Bank) ระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคม 2569
แถลงการณ์ระบุว่า การเคลื่อนไหวครั้งนี้มีเป้าหมายท้าทายอิทธิพลของสถาบันการเงินระหว่างประเทศที่เครือข่ายมองว่าเข้ามามีบทบาทในการกำหนดทิศทางการพัฒนาในประเทศกำลังพัฒนา โดยกลุ่มผู้จัดระบุว่า โมเดลเศรษฐกิจที่มุ่งเน้นการเติบโตและเกื้อหนุนกลุ่มทุน เป็นรูปแบบหนึ่งของ จักรวรรดินิยมทางเศรษฐกิจ ในโลกยุคใหม่ ซึ่งเปิดโอกาสให้ทุนขนาดใหญ่เข้ามาใช้ประโยชน์จากผืนดิน ป่าไม้ แม่น้ำ และทรัพยากรสาธารณะ ขณะที่ภาระหนี้สิน ความเสียหายด้านสิ่งแวดล้อม และต้นทุนต่อชีวิตกลับตกอยู่กับประชาชนระดับฐานราก
พร้อมกันนี้ เครือข่ายฯ ยังยกสถานการณ์น้ำท่วมในปัจจุบันขึ้นมาเป็นภาพสะท้อนปัญหาความเหลื่อมล้ำ โดยวิพากษ์วิจารณ์แนวทางการช่วยเหลือของผู้นำรัฐบาลที่กลุ่มมองว่าเลือกใช้การแจกเงินส่วนตัว แทนการสร้างระบบเยียวยาและสวัสดิการที่ครอบคลุม ขณะที่แถลงการณ์ยังกล่าวถึงโครงสร้างอำนาจรัฐที่เครือข่ายเชื่อมโยงกับกลุ่มทุนและเครือข่ายทางการเมือง ซึ่งถูกเรียกว่า ระบอบสีน้ำเงิน
นอกจากนี้ เครือข่ายฯ ประกาศปฏิเสธเงื่อนไขทางเศรษฐกิจที่มาพร้อมกับเงินกู้ และตั้งคำถามต่อแนวทางของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 โดยระบุว่าเป็นแนวทางการพัฒนาที่ประชาชนถูกกีดกันออกจากกระบวนการตัดสินใจเกี่ยวกับชีวิตและอนาคตของตนเอง
ส่วนประเด็นด้านเสรีภาพทางวิชาการ แถลงการณ์ระบุถึงกรณีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยไม่อนุญาตให้ใช้พื้นที่ของสถาบันวิจัยสังคมในการจัดแถลงข่าว โดยเครือข่ายฯ ระบุว่าเหตุผลเกี่ยวข้องกับการมีคำว่า ต่อต้าน อยู่ในชื่อเครือข่าย พร้อมวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการจำกัดเสรีภาพทางวิชาการและเสรีภาพในการแสดงออก โดยเห็นว่ามหาวิทยาลัยของรัฐซึ่งได้รับการสนับสนุนจากภาษีประชาชนควรเป็นพื้นที่สำหรับการวิพากษ์และตรวจสอบอำนาจ มากกว่าจะเป็นพื้นที่ปิดกั้นเสียงจากภาคประชาชน
สำหรับการชุมนุมที่ประกาศนัดหมาย เครือข่ายประชาชนฯ ยืนยันว่าจะดำเนินกิจกรรมด้วยสันติวิธีและใช้การแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ โดยย้ำแนวคิดว่า สันติวิธีไม่ใช่ความเงียบ พร้อมระบุว่าอาจใช้มาตรการ อารยะขัดขืน เพื่อแสดงจุดยืนต่อระบบที่เครือข่ายเห็นว่าเอื้อประโยชน์แก่กลุ่มทุน
ทั้งนี้ ข้อเรียกร้องหลักของเครือข่ายฯ ประกอบด้วย การเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจจากฐานราก การคุ้มครองสิทธิของประชาชนเหนือทรัพยากรธรรมชาติ และการสร้างระบบรัฐสวัสดิการถ้วนหน้า โดยมุ่งหวังให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางและอนาคตของประเทศมากขึ้น