วันที่ 29 กันยายน 2569 สนามกอล์ฟธูปะเตมีย์ บริเวณถนนพหลโยธิน ใกล้อนุสรณ์สถานแห่งชาติ ด้านหลังสนามกีฬากองทัพอากาศ (ธูปะเตมีย์) กลายเป็นพื้นที่สำคัญในการช่วยรองรับและหน่วงมวลน้ำ ท่ามกลางสถานการณ์ฝนตกหนักและระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยลดแรงปะทะของน้ำก่อนเข้าสู่ชุมชนโดยรอบ
สนามกอล์ฟธูปะเตมีย์มีพื้นที่ประมาณ 625 ไร่ ตั้งอยู่ใกล้พื้นที่ชุมชนขนาดใหญ่ในตำบลคูคต อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี รวมถึงพื้นที่เขตสายไหมและเขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร โดยลักษณะพื้นที่เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ จึงสามารถทำหน้าที่เสมือนพื้นที่รับและหน่วงน้ำตามธรรมชาติของพื้นที่โดยรอบ
เมื่อเกิดฝนตกหนักและมีน้ำสะสมเพิ่มขึ้น น้ำบางส่วนจะไหลเข้าสู่พื้นที่สนามกอล์ฟ ซึ่งสามารถรองรับมวลน้ำได้ประมาณ 1.2 ล้านลูกบาศก์เมตร ก่อนที่น้ำจะเต็มพื้นที่และเอ่อล้นออกไปยังบริเวณชุมชน
จากเดิมที่สนามกอล์ฟเป็นสถานที่สำหรับเล่นกีฬาและพักผ่อน เมื่อเกิดสถานการณ์อุทกภัย พื้นที่ดังกล่าวจึงต้องเปลี่ยนบทบาทเป็นพื้นที่รองรับมวลน้ำ เพื่อชะลอการไหลของน้ำและช่วยเพิ่มเวลาให้ประชาชนในชุมชนโดยรอบเตรียมรับมือกับสถานการณ์ เนื่องจากช่วงเวลาที่เพิ่มขึ้นอาจช่วยให้ประชาชนขนย้ายทรัพย์สิน เตรียมกระสอบทราย เคลื่อนย้ายผู้ป่วย ผู้สูงอายุ และเด็ก รวมถึงเตรียมความพร้อมหากสถานการณ์มีความรุนแรงมากขึ้น โดยมีแนวคิดว่า ยอมให้น้ำท่วมสนาม เพื่อซื้อเวลาให้ชุมชน
แม้ต้นไม้ สนามหญ้า พื้นที่สนาม และสิ่งปลูกสร้างภายในสนามอาจได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม แต่เมื่อเทียบกับความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับบ้านเรือน ทรัพย์สินของประชาชน และสถานที่ราชการ การนำพื้นที่สนามกอล์ฟมาใช้รองรับน้ำในช่วงวิกฤต จึงเป็นอีกแนวทางที่ช่วยลดผลกระทบต่อพื้นที่โดยรอบ
ด้วยเหตุนี้ สนามกอล์ฟธูปะเตมีย์จึงเปรียบเสมือน “พื้นที่กันชน” ระหว่างมวลน้ำกับชุมชน ทำหน้าที่รับน้ำและชะลอน้ำไว้ก่อน เพื่อช่วยซื้อเวลาให้ประชาชนในพื้นที่ได้เตรียมตัวรับมือ
อย่างไรก็ตาม การทำหน้าที่เป็นพื้นที่รับน้ำยังส่งผลกระทบต่อผู้ปฏิบัติงานในสนามกอล์ฟธูปะเตมีย์กว่า 500 ชีวิต ซึ่งส่วนใหญ่เป็นประชาชนจากชุมชนโดยรอบ เนื่องจากเมื่อพื้นที่สนามกอล์ฟต้องรองรับมวลน้ำ การให้บริการและกิจกรรมต่าง ๆ ย่อมได้รับผลกระทบตามไปด้วย ผู้ปฏิบัติงานจำนวนมากต้องหยุดงาน สูญเสียรายได้ และได้รับผลกระทบต่อการดำรงชีวิต จึงถือเป็นอีกกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยไปพร้อมกับพื้นที่
ด้านกองทัพอากาศตระหนักถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับผู้ปฏิบัติงานดังกล่าว และจะพิจารณาแนวทางช่วยเหลือและเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบตามความเหมาะสมต่อไป