วันที่ 7 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู พร้อมตำรวจ สภ.บางปู เข้าตรวจสอบห้องพักแห่งหนึ่งในตำบลแพรกษา อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ หลังได้รับแจ้งเหตุหญิงวัย 43 ปี เสียชีวิตภายในห้องพักโดยยังไม่ทราบสาเหตุ เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงพบร่างหญิงคนดังกล่าวนอนเสียชีวิตอยู่บนที่นอน จากการตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบร่องรอยบาดแผลหรือการถูกทำร้าย เจ้าหน้าที่จึงบันทึกภาพ ตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ และรวบรวมหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ก่อนส่งมอบร่างให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูนำไปชันสูตร เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียด
ต่อมาได้สอบถามชายวัย 32 ปี เจ้าของห้องพักและเป็นคนสนิทของผู้เสียชีวิต โดยขอใช้นามสมมุติว่า นายเดี่ยว เปิดเผยว่า เจ้าตัวรู้จักกับหญิงผู้เสียชีวิตผ่านแอปพลิเคชันหาคู่และพูดคุยกันมาระยะหนึ่ง ก่อนจะมาทราบภายหลังว่าทั้งคู่ทำงานอยู่ในโรงงานเดียวกัน แต่ความสัมพันธ์ยังไม่ได้พัฒนาไปถึงขั้นคบหากันอย่างจริงจัง ก่อนเกิดเหตุหญิงคนดังกล่าวส่งข้อความมาบอกว่าจะเดินทางมาหาที่ห้อง นายเดี่ยวจึงตอบว่าสามารถมาได้ แต่ขอให้เดินทางกลับ เนื่องจากห้องพักไม่พร้อมสำหรับการรับแขก
กระทั่งช่วงที่ฝนตก หญิงคนดังกล่าวเดินทางมาถึงห้องพักเวลาประมาณ 22.05 น. โดยนำเสื้อผ้ามาด้วย 2 ชุด ขณะมาถึงมีอาการมึนและเดินก้มหน้า ลักษณะคล้ายคนเมา แต่ไม่ได้กลิ่นแอลกอฮอล์ จากนั้นหญิงคนดังกล่าวขอเข้าไปใช้ห้องน้ำประมาณ 10-15 นาที ก่อนออกมาเปลี่ยนเสื้อผ้า ต่อมา นายเดี่ยวสังเกตเห็นว่าเธอนำยาที่พกติดตัวมาในกระเป๋าออกมารับประทานหลายเม็ด ลักษณะคล้ายยาที่ได้รับจากโรงพยาบาล แต่ไม่ทราบว่าเป็นยาชนิดใดหรือใช้รักษาโรคอะไร เพราะหญิงคนดังกล่าวไม่เคยแจ้งว่ามีโรคประจำตัว หลังรับประทานยาไม่นาน เธอเริ่มมีอาการอ่อนแรง พยายามลุกขึ้นแต่กลับล้มลง โดยนายเดี่ยวไม่ทราบว่าก่อนเดินทางมาหาเธอไปที่ใดมาก่อน หรือรับประทานอะไรมาหรือไม่
หลังจากนั้นหญิงคนดังกล่าวมีอาการหายใจแรง นายเดี่ยวจึงให้พักผ่อนอยู่ภายในห้อง จนกระทั่งช่วงดึกได้ยินเสียงผิดปกติ ก่อนสังเกตว่าหญิงคนดังกล่าวนิ่งไป กระทั่งเวลาประมาณ 02.00-03.00 น. นายเดี่ยวพยายามปลุกให้ขยับตัว เนื่องจากที่นอนมีขนาดค่อนข้างแคบ แต่เรียกเท่าไรก็ไม่มีการตอบสนอง เมื่อลองสัมผัสร่างกายพบว่าเริ่มเย็น จึงเกิดความตกใจและรีบติดต่อขอความช่วยเหลือ พร้อมระบุว่าไม่เคยพบเจอเหตุการณ์ลักษณะนี้มาก่อน
อย่างไรก็ตาม คำให้การของนายเดี่ยวถือเป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นจากบุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์ ขณะที่ชนิดของยาที่พบ รวมถึงสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง ยังต้องรอผลการตรวจพิสูจน์จากแพทย์นิติเวช ตลอดจนผลการสอบสวนและการตรวจสอบพยานหลักฐานของตำรวจ เพื่อรวบรวมข้อเท็จจริงและสรุปสาเหตุของเหตุการณ์ต่อไป