ข่าวภูมิภาค

เปิดผลตรวจฉี่เด็กกลุ่มเสี่ยง เจอตัวเลขสุดช็อก เป็นนักเรียนหญิงเกือบครึ่ง

|
เปิดผลตรวจฉี่เด็กกลุ่มเสี่ยง เจอตัวเลขสุดช็อก เป็นนักเรียนหญิงเกือบครึ่ง

วันที่ 3 มิถุนายน 2569 นายรุจิภาส มีกุศล สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดสุรินทร์ โฆษกคณะกรรมาธิการการกฎหมายและการยุติธรรม วุฒิสภา ในฐานะประธานคณะทำงานพิจารณาศึกษา ป้องกันและปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดและอาชญากรรม ลงพื้นที่จังหวัดสุรินทร์เพื่อประชุมหารือ รับฟังปัญหาและอุปสรรคในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ พร้อมเยี่ยมผู้เข้ารับการบำบัดยาเสพติด รวมถึงศึกษาการดำเนินโครงการพฤตินิสัยผู้ถูกควบคุมความประพฤติ ระยะเวลา 15 วัน ประจำปีงบประมาณ 2569 ค่ายรู้...รัก (Sense and Love) รุ่นที่ 1 ที่อุทยานธรรม อตุโลสำราญนิเวศน์ บ้านอาโพน ตำบลแสลงพันธ์ อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ ก่อนเดินทางไปยังกองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดสุรินทร์ เพื่อเยี่ยมผู้เข้าร่วมสถานฟื้นฟูสมรรถภาพพลเมือง กรมการปกครอง ซึ่งมีระยะเวลาฟื้นฟู 120 วัน

ระหว่างการลงพื้นที่ นายรุจิภาสได้พูดคุยกับผู้เข้ารับการฟื้นฟูหลายราย โดยพบชายอายุ 59 ปี ซึ่งถือเป็นผู้เสพที่มีอายุมากที่สุดในกลุ่ม และเยาวชนชายอายุ 19 ปี ซึ่งเป็นผู้เข้าร่วมที่มีอายุน้อยที่สุด โดยเยาวชนรายดังกล่าวเปิดเผยว่าเริ่มเสพยาเสพติดตั้งแต่อายุ 14 ปี หลังออกจากโรงเรียน และยอมรับว่ายาส่งผลกระทบต่อสมองและความจำอย่างมาก ปัจจุบันเข้ารับการฟื้นฟูด้วยความสมัครใจ พร้อมรับประทานยาตามคำแนะนำของแพทย์เป็นเวลา 1 ปี เพื่อฟื้นฟูสมองให้กลับมาเป็นปกติ พร้อมยืนยันว่าจะไม่กลับไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอีก ขณะเดียวกันยังสะท้อนว่าปัญหายาเสพติดยังคงแพร่กระจายในชุมชนอย่างต่อเนื่อง

เยาวชนชายวัย 19 ปี ยังเปิดเผยอีกว่า ยาเสพติดสามารถเข้าถึงได้ง่าย โดยตนเคยรับยามาจากรุ่นพี่ในหมู่บ้าน และยอมรับว่าเคยขายยาให้เด็กนักเรียนด้วย พร้อมระบุว่าในโรงเรียนมีเด็กจำนวนมากเกี่ยวข้องกับยาเสพติด แม้จะอยู่ในระดับประถมศึกษาปีที่ 6 ก็เริ่มมีการเสพแล้ว เด็กส่วนใหญ่มักแอบเสพในห้องน้ำหรือแอบออกจากห้องเรียนเพื่อซื้อยา ทำให้ครูตรวจสอบได้ยาก โดยมองว่าปัญหาดังกล่าวเป็นเรื่องที่แก้ไขได้ยาก เนื่องจากยาเสพติดยังคงแพร่กระจายอยู่ในหลายพื้นที่

ทั้งนี้มีรายงานเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันปัญหายาเสพติดได้ขยายวงไปสู่กลุ่มเยาวชนมากขึ้น โดยเฉพาะช่วงอายุ 12-15 ปี ซึ่งเป็นวัยที่เสี่ยงต่อการลองผิดลองถูก ทั้งนี้ มีข้อมูลจากโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในจังหวัดสุรินทร์ ที่นำเด็กกลุ่มเสี่ยงซึ่งมีพฤติกรรมหนีเรียน จำนวน 100 คน จากทั้งระดับมัธยมต้นและมัธยมปลาย เข้าร่วมโครงการอบรมของอำเภอ ก่อนทำการตรวจหาสารเสพติดในปัสสาวะ ผลปรากฏว่าพบสารเสพติดเกือบ 30 ราย จากนักเรียนทั้งชายและหญิง โดยในจำนวนดังกล่าวเป็นนักเรียนหญิงเกือบครึ่งหนึ่ง ซึ่งเป็นเพียงข้อมูลจากโรงเรียนแห่งเดียวเท่านั้น ขณะที่ผู้บริหารโรงเรียนดังกล่าวให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างดี แต่ยังมีสถานศึกษาอีกจำนวนมากที่ไม่เปิดโอกาสให้เข้าตรวจคัดกรอง เนื่องจากกังวลเรื่องภาพลักษณ์และชื่อเสียง ทั้งนี้ นายรุจิภาส เตรียมนำข้อมูลและปัญหาที่พบเข้าสู่การหารือของคณะทำงาน เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหานักเสพหน้าใหม่และตัดวงจรผู้เสพตั้งแต่ต้นน้ำต่อไป

เรียบเรียงโดย มุมข่าว

ABOUT THE AUTHOR

neen

ทีมข่าว Siam News