ข่าวการเมือง

กทม. สยบข่าวลือ คันกั้นน้ำสายไหมแตก แจงปมสูบน้ำช้า ยันน้ำเหนือยังเอาอยู่-เร่งบีบน้ำลงเจ้าพระยา

|
กทม. สยบข่าวลือ คันกั้นน้ำสายไหมแตก แจงปมสูบน้ำช้า ยันน้ำเหนือยังเอาอยู่-เร่งบีบน้ำลงเจ้าพระยา

วันที่ 30 กันยายน 2569 รศ.ดร.วิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยภาพรวมสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยยืนยันว่า ขณะนี้ระดับน้ำเหนือและระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยายังอยู่ในระดับที่สามารถควบคุมได้ เนื่องจากระดับน้ำฐานบวกปริมาณน้ำปล่อยอยู่ที่ประมาณ 2.10 เมตร ซึ่งยังต่ำกว่าระดับเขื่อนกั้นน้ำที่สามารถรองรับได้มากกว่า 3 เมตร อย่างไรก็ตาม ยังคงขอให้ชุมชนนอกแนวคันกั้นน้ำ รวมถึงพื้นที่ที่พบจุดรอยซึม เฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ส่วนกระแสข่าวกรณี คันกั้นน้ำสายไหมแตก รองผู้ว่าฯ กทม. ยืนยันว่าไม่ได้เกิดการแตกของคันกั้นน้ำ แต่เป็นกรณีน้ำล้นคันกั้นน้ำเท่านั้น โดยเจ้าหน้าที่ได้เข้าดำเนินการซ่อมแซมและเสริมความแข็งแรงของแนวคันกั้นน้ำเรียบร้อยแล้ว

ขณะที่กรณีสถานีสูบน้ำพระโขนงถูกตั้งข้อสังเกตว่าดำเนินการล่าช้า รศ.ดร.วิศณุยืนยันว่า สถานีสูบน้ำยังคงเดินเครื่องเต็มกำลัง แต่เนื่องจากคลองประเวศบุรีรมย์มีลักษณะคดเคี้ยวแบบ "ไส้ไก่" จึงทำให้ระยะเวลาที่น้ำจะไหลมายังสถานีสูบน้ำใช้เวลานานกว่าปกติ ทั้งนี้ กทม. ได้ผู้รับจ้างเตรียมดำเนินการก่อสร้างอุโมงค์รับน้ำบริเวณวัดมหาบุศย์แล้ว เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวในระยะยาว

สำหรับสถานการณ์ระบายน้ำในแต่ละพื้นที่ พบว่าระดับน้ำในคลองแสนแสบเริ่มปรับตัวดีขึ้น ส่งผลให้คลองสายย่อยสามารถระบายน้ำได้ดีขึ้นตามไปด้วย ขณะที่ถนนสายหลักอย่างรามคำแหงและลาดพร้าว รถขนาดเล็กเริ่มกลับมาสัญจรได้ตามปกติแล้ว เหลือเพียงบริเวณซอยลาดพร้าว 130 ที่ยังมีน้ำท่วมขัง ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังเร่งสูบน้ำออกจากพื้นที่

ส่วนพื้นที่ที่ยังมีสถานการณ์หนักอย่าง ‘เคหะคลองจั่น’ มีปริมาณน้ำค้างสะสมกว่า 300,000 ลูกบาศก์เมตร เจ้าหน้าที่ได้ปรับแนวทางการสูบน้ำ โดยดึงน้ำขึ้นมาบนผิวถนนเพื่อระบายลงสู่ท่อระบายน้ำหลัก ส่งผลให้สามารถลดระดับน้ำลงได้ประมาณ 50 เซนติเมตร ภายในเวลา 2 ชั่วโมง

ด้านพื้นที่สายไหมและสะพานใหม่ กทม. ได้ประสานเปิดประตูระบายน้ำคลองพระยาสุเรนทร์เพิ่มขึ้น 10 เซนติเมตร เพื่อช่วยประคองสถานการณ์และบริหารจัดการน้ำร่วมกับจังหวัดใกล้เคียง ขณะที่พื้นที่ลาดกระบังและศรีนครินทร์ยังคงมีสถานการณ์หนัก เนื่องจากไม่มีอุโมงค์ระบายน้ำเช่นเดียวกับพื้นที่คลองแสนแสบ จึงจำเป็นต้องใช้ระบบดึงและทดน้ำเข้ามาช่วยในการระบายน้ำ

ทั้งนี้ กทม. ยืนยันว่า มีนโยบายพร่องน้ำในคลองให้เหลือระดับต่ำที่สุดเป็นประจำตลอดช่วงฤดูฝนอยู่แล้ว สำหรับน้ำที่ยังท่วมขังตามชุมชน จะดำเนินการตามแผนโดยเร่งดึงน้ำจากคลองสายหลักและถนนสายหลักให้แห้งก่อน จากนั้นจึงส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปสูบน้ำออกจากซอยและหมู่บ้านต่างๆ ต่อไป

ขณะนี้เจ้าหน้าที่จากทุกหน่วยงานยังคงประสานความร่วมมือและเร่งดำเนินการอย่างเต็มกำลัง เพื่อคลี่คลายสถานการณ์น้ำท่วมและลดผลกระทบต่อประชาชนให้ได้โดยเร็วที่สุด

ABOUT THE AUTHOR

neen

ทีมข่าว Siam News