ข่าวการเมือง

นายกฯ ลุยน้ำท่วมสายไหมกลางดึก ตรวจสถานการณ์จริง เร่งสูบน้ำ-เยียวยาประชาชน

|
นายกฯ ลุยน้ำท่วมสายไหมกลางดึก ตรวจสถานการณ์จริง เร่งสูบน้ำ-เยียวยาประชาชน

วันที่ 29 กันยายน 2569 เวลา 22.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่บ้านเอื้ออาทรคลองถนน เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วม พร้อมนำถุงยังชีพและสิ่งของจำเป็นไปมอบให้ประชาชน รวมถึงรับฟังปัญหาและความเดือดร้อนจากประชาชนในพื้นที่ด้วยตนเอง

เมื่อเดินทางถึง นายกรัฐมนตรีได้เข้าไปตรวจเยี่ยมโรงครัวที่จัดเตรียมอาหารสำหรับแจกจ่ายให้ประชาชน ก่อนเดินลุยน้ำเข้าไปตามอาคารต่างๆ เพื่อสอบถามความเป็นอยู่ พร้อมตรวจสอบว่าการแจกจ่ายอาหาร ถุงยังชีพ และสิ่งของจำเป็นเข้าถึงประชาชนอย่างทั่วถึงหรือไม่

ระหว่างการลงพื้นที่ มีประชาชนเข้ามาจับมือและให้กำลังใจนายกรัฐมนตรี พร้อมร้องขอความช่วยเหลือในหลายเรื่อง โดยนายอนุทินยืนยันว่า รัฐบาลจะไม่ทอดทิ้งประชาชน และอยู่ระหว่างเตรียมมาตรการช่วยเหลือเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม

ด้านผู้แทนนิติบุคคลของชุมชนได้สะท้อนความกังวลว่า ไม่ต้องการให้สถานการณ์น้ำท่วมยืดเยื้อเหมือนปี 2554 ซึ่งในครั้งนั้นประชาชนต้องใช้ชีวิตอยู่กับน้ำเป็นเวลานานกว่า 2 เดือน พร้อมขอให้ภาครัฐเร่งบริหารจัดการน้ำและหาทางป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับบ้านเรือนและทรัพย์สินของประชาชน

นายกรัฐมนตรีชี้แจงว่า รัฐบาลได้เตรียมเครื่องมือและเครื่องสูบน้ำไว้รองรับสถานการณ์แล้ว แต่การสูบน้ำจำเป็นต้องพิจารณาระดับน้ำด้านนอกพื้นที่ รวมถึงจังหวะการระบายอย่างรอบคอบ เนื่องจากหากเร่งสูบน้ำออกในช่วงที่ระดับน้ำภายนอกยังสูง อาจทำให้น้ำไหลย้อนกลับเข้าพื้นที่อีกได้ โดยเมื่อระดับน้ำเอื้ออำนวย ทุกหน่วยงานจะระดมกำลังเร่งสูบน้ำออกทันที

ส่วนกรณีกระสอบทรายที่สำนักงานเขตนำมาสนับสนุนประมาณ 600 กระสอบ นายกรัฐมนตรีรับทราบว่ายังไม่เพียงพอต่อความต้องการ พร้อมสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่สำรวจความต้องการเพิ่มเติม ขณะเดียวกันได้มอบหมายให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเร่งสำรวจความเสียหาย เพื่อเข้าสู่กระบวนการช่วยเหลือและเยียวยาประชาชนโดยเร็ว

พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีกำชับเจ้าหน้าที่ให้ดูแลประชาชนอย่างทั่วถึง ทั้งเรื่องการระบายน้ำ อาหาร น้ำดื่ม ระบบไฟฟ้า และสิ่งของจำเป็นต่างๆ เพื่อให้ความช่วยเหลือไปถึงผู้ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง

นายอนุทินกล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาลเตรียมความพร้อมด้านเครื่องสูบน้ำเป็นหลัก โดยกรมโยธาธิการและผังเมืองสามารถระดมเครื่องสูบน้ำได้ประมาณ 300–400 เครื่อง อย่างไรก็ตาม การปฏิบัติงานต้องสัมพันธ์กับระดับน้ำโดยรอบ เพราะไม่สามารถสูบน้ำออกจากพื้นที่หนึ่งแล้วปล่อยให้น้ำจากพื้นที่อื่นไหลย้อนกลับเข้ามาได้

นอกจากนี้ รัฐบาลได้ประสานกรมชลประทานเพื่อบริหารจัดการเขื่อนและประตูระบายน้ำโดยรอบกรุงเทพมหานครให้สอดคล้องกัน เพื่อป้องกันไม่ให้พื้นที่ชั้นในเร่งสูบน้ำออก ขณะที่พื้นที่รอบนอกยังมีการปล่อยน้ำเข้ามาเติม โดยทุกหน่วยงานจะประชุมร่วมกันเป็นประจำทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00 น. เพื่อประเมินสถานการณ์และกำหนดแนวทางการทำงานให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

สำหรับการช่วยเหลือด้านอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็น นายกรัฐมนตรีระบุว่า รัฐบาลได้ระดมและทยอยส่งเข้าพื้นที่ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ระบบไฟฟ้าและน้ำประปา หากพื้นที่ใดสามารถกลับมาเปิดใช้งานได้โดยไม่ก่อให้เกิดอันตราย เจ้าหน้าที่จะเร่งดำเนินการทันที โดยการไฟฟ้าได้เตรียมทีมเคลื่อนที่เร็วสำหรับรับมือเหตุฉุกเฉินเอาไว้แล้ว

ส่วนเหตุผลที่นายกรัฐมนตรีเลือกลงพื้นที่ในช่วงกลางดึก ระบุว่า ต้องการเห็นสภาพความเป็นจริงของพื้นที่โดยไม่มีการจัดฉากหรือเตรียมการล่วงหน้า เพื่อให้ได้รับทราบถึงปัญหาที่ประชาชนกำลังเผชิญอย่างตรงไปตรงมา และนำข้อมูลที่พบไปสั่งการแก้ไขได้ตรงจุด

ขณะเดียวกัน คณะรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกำกับดูแลการประสานงานในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อทำหน้าที่เชื่อมการทำงานระหว่างรัฐบาล หน่วยงานราชการ และกรุงเทพมหานคร ให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็ว และลดช่องว่างในการประสานงานและสั่งการ

นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรียังเห็นชอบกรอบงบประมาณกว่า 4,000 ล้านบาท เพื่อใช้สำหรับช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยโดยเฉพาะ โดยเป็นการปรับงบประมาณจากโครงการที่ยังไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน เพื่อนำมาใช้บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในสถานการณ์ฉุกเฉินครั้งนี้

นายกรัฐมนตรีย้ำว่า เป้าหมายเร่งด่วนของรัฐบาลคือการทำให้อาหารและสิ่งของจำเป็นเข้าถึงทุกครัวเรือน ประคับประคองระบบสาธารณูปโภคให้สามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัย เร่งระบายน้ำทันทีเมื่อสถานการณ์เอื้ออำนวย และดำเนินการเยียวยาความเสียหายให้ประชาชนโดยเร็วที่สุด

ABOUT THE AUTHOR

neen

ทีมข่าว Siam News