ข่าวบันเทิง

ยิ่งฟังยิ่งคาใจ! บุ๋ม ปนัดดา อาลัย ฮลุน โซโล่ ชี้มีหลายจุดน่าสงสัย

|
ยิ่งฟังยิ่งคาใจ! บุ๋ม ปนัดดา อาลัย ฮลุน โซโล่ ชี้มีหลายจุดน่าสงสัย

ท่ามกลางความโศกเศร้าจากข่าวการเสียชีวิตของ ฮลุน โซโล่ หรือ นายบวรทัต เป็งสุข ยูทูบเบอร์สายท่องเที่ยวชื่อดังชาวไทย ที่เสียชีวิตระหว่างเดินทางอยู่ในประเทศจอร์เจีย ล่าสุดคนในวงการบันเทิงและผู้ติดตามจำนวนมากต่างออกมาแสดงความอาลัย พร้อมเรียกร้องให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด

หนึ่งในนั้นคือ บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ที่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นถึงกรณีดังกล่าว พร้อมส่งกำลังใจไปยังครอบครัวของผู้เสียชีวิต และตั้งข้อสังเกตถึงหลายประเด็นที่ยังคงเป็นข้อสงสัยของสังคม

โดย บุ๋ม กล่าวว่า ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของฮลุน พร้อมยอมรับว่ายังคงอยากทราบความจริงว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เนื่องจากกรณีนี้มีหลายจุดที่ทำให้รู้สึกผิดสังเกต โดยเฉพาะเรื่องระยะเวลาที่ขาดการติดต่อเป็นเวลานาน ก่อนจะมีการยืนยันว่าเสียชีวิตอยู่ภายในโรงแรม

ต้องขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวน้องฮลุนด้วยค่ะ แต่เราก็อยากได้ความจริง ว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะน้องหายไปนานมาก บุ๋มกล่าว

พร้อมกันนี้ยังตั้งข้อสังเกตถึงการดูแลของสถานที่พักว่า เหตุใดจึงใช้เวลานานกว่าจะพบความผิดปกติ โดยมองว่าเป็นประเด็นที่ควรได้รับคำอธิบายอย่างชัดเจนจากผู้เกี่ยวข้อง

มันแปลก ใช้คำว่ามันแปลก ตรงที่หายไปนานถึงจะเพิ่งมารู้ว่าเสียชีวิตในโรงแรม ซึ่งโรงแรมไม่ตรวจดูเลยเหรอ? ว่ายังไง ก็ต้องมีการติดตามและตรวจสอบกันต่อไป

นอกจากนี้ บุ๋ม ยังกล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นเรื่องสะเทือนใจสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเดินทาง รวมถึงผู้ติดตามผลงานของฮลุนจำนวนมาก พร้อมฝากมุมมองว่า ไม่ว่าจะเดินทางไปประเทศใดก็ล้วนมีความเสี่ยงทั้งสิ้น และไม่ควรมองว่าประเทศที่พัฒนาแล้วจะปลอดภัยจากทุกเหตุการณ์

บุ๋ม ยังระบุอีกว่า สิ่งที่ทำให้หลายคนตั้งคำถามคือ ก่อนหน้านี้เคยมีรายงานเกี่ยวกับกรณีบุคคลสูญหายในประเทศเดียวกันอยู่หลายครั้ง จึงเชื่อว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดอย่างรอบด้าน เพื่อให้ครอบครัวได้รับคำตอบที่ชัดเจน

ทั้งนี้ เจ้าตัวยังได้ส่งกำลังใจและแสดงความเสียใจไปยังครอบครัวของฮลุนอีกครั้ง พร้อมหวังว่ากระบวนการนำร่างกลับประเทศไทยและการสืบสวนข้อเท็จจริงจะดำเนินไปอย่างเรียบร้อย เพื่อคลี่คลายทุกข้อสงสัยที่สังคมกำลังติดตามอยู่ในขณะนี้

ABOUT THE AUTHOR

mm.

ทีมข่าว Siam News