วันที่ 26 สิงหาคม 2569 เกิดเหตุน้ำท่วมฉับพลันบริเวณชายแดนเทือกเขาหิมาลัยของเนปาลและทิเบตในประเทศจีน หลังมีฝนตกหนัก ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 17 ราย ขณะที่กระแสน้ำและดินถล่มสร้างความเสียหายต่อบ้านเรือน ถนน สะพาน และโครงการไฟฟ้าอย่างหนัก โดยทางการของทั้งสองประเทศเตรียมรับมือกับจำนวนผู้เสียชีวิตที่อาจเพิ่มขึ้น
สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งเนปาลเปิดเผยว่า มีนักท่องเที่ยวสูญหายอย่างน้อย 384 คน ในจำนวนนี้เป็นชาวต่างชาติ 291 คน โดยมีทั้งนักท่องเที่ยวจากอินเดีย สหรัฐฯ สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย เนเธอร์แลนด์ และมาเลเซีย ขณะเดียวกัน บ้านเรือนและเส้นทางหลายแห่งในเนปาลถูกกระแสน้ำพัดหายไป ส่วนเจ้าหน้าที่ฝั่งทิเบตแสดงความกังวลว่าอาจมีผู้เสียชีวิตจำนวนมากและมีผู้สูญหายในเขตจีรอง หลังเกิดดินถล่มพัดถล่มจุดข้ามแดนระหว่างสองประเทศ
สถานการณ์ในพื้นที่ประสบภัยของเนปาล ได้แก่ สยาปรู เบซี และติมูเร ในเขตภูเขาราสุวา ซึ่งมีประชากรราว 50,000 คน ยังเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำสูงกว่าปกติจนเฮลิคอปเตอร์กู้ภัยไม่สามารถลงจอดได้ ขณะที่ภาพข่าวเผยให้เห็นบ้านเรือนที่ถูกน้ำท่วมและพังเสียหาย รถยนต์ถูกกระแสน้ำพัดลอย รวมถึงสะพานเหล็กที่ถูกน้ำซัดหาย โดยพยานในพื้นที่ระบุว่า น้ำได้ท่วมหมู่บ้านทั้งหมู่บ้าน
นาเรนทรา ปาริยาร์ ผู้บริหารเขต กล่าวว่า อาจมีผู้เสียชีวิตหรือทรัพย์สินเสียหายจำนวนมาก พร้อมเรียกร้องให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำโภเตโกศีอพยพขึ้นไปอยู่ในพื้นที่สูง หลังมีรายงานว่าหมู่บ้านและพื้นที่ก่อสร้างบางส่วนถูกกระแสน้ำพัดหายไป ขณะที่ ตูลา บาฮาดูร์ บีเค เจ้าหน้าที่สาธารณสุขในราซูวา เปิดเผยว่า ความเสียหายเกิดขึ้นในทุกพื้นที่ที่มองเห็น พร้อมระบุว่า ชุมชนริมแม่น้ำถูกกวาดหายไป และญาติของเขา 5 คนยังสูญหาย
ด้าน ราจา ราม บาสเนต โฆษกกองทัพบก ระบุว่า เฮลิคอปเตอร์กู้ภัยของเนปาลยังไม่สามารถลงจอดในพื้นที่ได้รับผลกระทบได้จนกว่าระดับน้ำจะลดลง ขณะที่สาเหตุของน้ำท่วมยังไม่สามารถระบุได้ในทันที อย่างไรก็ตาม เมื่อปีที่ผ่านมาเคยเกิดน้ำท่วมฉับพลันในแม่น้ำสายเดียวกัน ซึ่งมีสาเหตุเชื่อมโยงกับการระบายน้ำจากทะเลสาบธารน้ำแข็ง
ทางสำนักข่าว Xinhua ของจีนรายงานว่า ดินถล่มที่เกิดขึ้นฝั่งเนปาลได้พัดถล่มท่าเรือจีหรง ส่งผลให้ถนน ระบบการสื่อสาร และโครงข่ายพลังงานในภูมิภาคชิกัตเซใกล้ชายแดนเนปาลได้รับความเสียหาย ขณะที่ประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ของจีน สั่งการให้เร่งค้นหาผู้สูญหายอย่างเต็มที่ พร้อมกำชับให้ยกระดับระบบเฝ้าระวังและระบบเตือนภัยล่วงหน้า เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภัยพิบัติซ้ำซ้อน
ขณะเดียวกัน กระทรวงพลังงานของเนปาลระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อกำลังผลิตไฟฟ้าราว 430 เมกะวัตต์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโครงการไฟฟ้าพลังน้ำ คิดเป็นมากกว่า 12% ของกำลังการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำทั้งหมดของประเทศที่อยู่ที่ประมาณ 3.2 กิกะวัตต์
ด้าน บาเลนดรา ชาห์ นายกรัฐมนตรีเนปาล เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารกำลังร่วมกันปฏิบัติการกู้ภัย พร้อมมีคำสั่งให้อพยพประชาชนในพื้นที่ต่ำไปยังจุดปลอดภัย และเตือนผู้ที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำให้เพิ่มความระมัดระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
สำหรับแม่น้ำโภเตโกศี มีต้นกำเนิดจากทิเบต ก่อนจะไหลเข้าสู่แม่น้ำตรีศุลีของเนปาล และไหลต่อไปยังประเทศอินเดียในชื่อแม่น้ำคันดัก โดยเมื่อปีที่ผ่านมาเคยเกิดน้ำท่วมบริเวณแม่น้ำสายนี้ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 9 ราย หลังสะพานมิตรภาพซึ่งเป็นเส้นทางเชื่อมระหว่างเนปาลกับจีนถูกกระแสน้ำพัดหาย ทำให้การค้าและการขนส่งหยุดชะงักนานหลายเดือน ขณะที่ศูนย์ติดตามสภาพภูมิอากาศระดับภูมิภาคระบุว่า เหตุการณ์ครั้งนั้นมีสาเหตุมาจากการระบายน้ำออกจากทะเลสาบบนธารน้ำแข็งในทิเบต