ข่าวโซเชียล

เปิดประวัติ ดร.ไชยวัฒน์ เจ้าของสวนสยาม ก่อนประกาศขาย 1 หมื่นล้าน

|
เปิดประวัติ ดร.ไชยวัฒน์ เจ้าของสวนสยาม ก่อนประกาศขาย 1 หมื่นล้าน

วันที่ 4 ตุลาคม 2569 มีการเผยแพร่เรื่องราวเส้นทางชีวิตของ ดร.ไชยวัฒน์ เหลืองอมรเลิศ เจ้าของและผู้ก่อตั้ง สยามอะเมซิ่งพาร์ค หรือ สวนสยาม สวนสนุกและสวนน้ำที่อยู่คู่คนไทยมานานกว่า 46 ปี จากจุดเริ่มต้นในครอบครัวที่มีฐานะยากจน ผ่านการทำงานเป็นกระเป๋ารถเมล์ ก่อนก้าวเข้าสู่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และสร้างอาณาจักรสวนสนุกชื่อดังขึ้นมา

ดร.ไชยวัฒน์ เกิดในครอบครัวคนจีนที่ตั้งรกรากอยู่บริเวณตลาดบางเขน และมีชื่อเล่นสมัยเด็กว่า เด็กชายโอ๊ย เนื่องจากครอบครัวมีสมาชิกจำนวนมากและมีญาติอาศัยอยู่ร่วมกัน ทำให้รายได้ไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่าย ต่อมาในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ครอบครัวได้อพยพไปอยู่จังหวัดปทุมธานี ทำให้ในวัยเด็กต้องรับจ้างเก็บไข่ เลี้ยงวัว เลี้ยงควาย และจับปลา เพื่อแลกเป็นอาหาร แม้ต้องการเรียนหนังสือเหมือนเด็กคนอื่น แต่ด้วยฐานะทางบ้านจึงเรียนจบเพียง ป.4 ก่อนเข้าเรียนต่อ ม.1 และต้องลาออกกลางคันเพื่อกลับมาช่วยครอบครัวทำมาค้าขาย

เมื่ออายุประมาณ 14-15 ปี ดร.ไชยวัฒน์ เริ่มออกมาหางานทำด้วยตัวเอง โดยสมัครเป็นกระเป๋ารถเมล์ในเส้นทางวงเวียน 22 - อุดรธานี ซึ่งเป็นงานที่ต้องเผชิญกับความเหน็ดเหนื่อย ทั้งการเดินทางผ่านฝุ่นตลอดเส้นทาง การค้างคืนต่างจังหวัด รวมถึงการแข่งขันแย่งผู้โดยสารกับคู่แข่ง ประสบการณ์ดังกล่าวกลายเป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้เจ้าตัวซึมซับแนวคิดว่า การจะเป็นอะไรสักอย่างต้องเป็นให้จริงจัง ต้องสู้ ถ้าไม่สู้ก็ไม่มีโอกาส ต่อมาครอบครัวเป็นห่วงจึงขอให้เลิกทำงานดังกล่าว ก่อนที่เขาจะยืมเงินจากพี่เขย 5,000 บาท เพื่อใช้เป็นเงินดาวน์รถกระบะรับจ้าง และทำงานหนักตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งส่งปลา ส่งผัก และส่งหมู

หลังจากนั้น ดร.ไชยวัฒน์ ได้รับคำแนะนำให้เข้าสู่ธุรกิจขายพันธุ์ปลา ก่อนขยับขยายมาทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยเริ่มจากโครงการหมู่บ้านจัดสรรภายใต้ชื่อ อมรพันธุ์ และ เธียรสวน ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมาก จนสามารถต่อยอดธุรกิจไปยังบริษัทเงินทุนและธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง กลายเป็นนักธุรกิจแถวหน้าของประเทศไทย แม้จะประสบความสำเร็จด้านอสังหาริมทรัพย์ แต่เจ้าตัวยังคงมีความฝันที่จะสร้างสวนสนุกและสวนน้ำระดับโลกเพื่อให้คนไทยได้มีสถานที่พักผ่อน จึงตัดสินใจลงทุนครั้งใหญ่ก่อตั้ง สวนสยาม ขึ้นมา

อย่างไรก็ตาม การบริหารสวนสยามต้องเผชิญต้นทุนค่าน้ำและค่าไฟจำนวนมาก ขณะที่ค่าบัตรผ่านประตูในช่วงแรกอยู่ในระดับไม่สูง ประกอบกับต้องเจอกับวิกฤตเศรษฐกิจและอุทกภัยหลายครั้ง ส่งผลให้กิจการขาดทุนอย่างหนักและมีหนี้สินสะสมระดับพันล้านบาท แต่ ดร.ไชยวัฒน์ เลือกเดินหน้าต่อโดยไม่ปลดพนักงานและไม่ยอมปล่อยให้สวนสยามล้มละลาย พร้อมทยอยขายอสังหาริมทรัพย์และบริษัทในเครือเพื่อนำเงินมาช่วยพยุงธุรกิจและชำระหนี้ จนใช้เวลานานถึง 15 ปี จึงสามารถฟื้นฟูกิจการและจัดการภาระหนี้ได้สำเร็จ

ต่อมาในช่วงที่ผ่านมา การบริหารสวนสยามได้ส่งต่อให้ทายาทรุ่นที่ 2 ขณะที่ ดร.ไชยวัฒน์ ซึ่งมีอายุมากกว่า 80 ปี ได้หันไปทุ่มเทให้กับโครงการ บางกอกเวิลด์ ส่วนต่อขยายที่ตั้งใจพัฒนาให้เป็นแลนด์มาร์กแห่งความภาคภูมิใจ แต่ในปี 2569 ต้องเผชิญมหาอุทกภัยครั้งใหญ่ ซึ่งสร้างผลกระทบต่อธุรกิจอย่างหนัก ประเมินความเสียหายขั้นต่ำกว่า 500 ล้านบาท จนในที่สุด ดร.ไชยวัฒน์ ประกาศขายกิจการสวนสนุกระดับตำนานในราคา 1 หมื่นล้านบาท

สิ่งที่เจ้าตัวให้ความสำคัญท่ามกลางวิกฤตครั้งนี้ ไม่ได้มีเพียงผลประกอบการที่ได้รับผลกระทบ แต่ยังเป็นเรื่องปากท้องของพนักงานที่อาจต้องขาดรายได้ โดยได้กล่าวให้กำลังใจผู้ที่กำลังเผชิญสถานการณ์น้ำท่วมว่า รวยหรือจน วันนี้เราตั้งต้นใหม่เท่ากัน

เส้นทางชีวิตของ ดร.ไชยวัฒน์ เหลืองอมรเลิศ จึงผ่านทั้งความยากลำบาก การทำงานตั้งแต่วัยเด็ก การสร้างธุรกิจจนประสบความสำเร็จ

ตลอดจนการฝ่าวิกฤตและภาระหนี้สิน ก่อนจะสร้างสวนสยามให้เป็นหนึ่งในสถานที่พักผ่อนที่อยู่คู่คนไทยมายาวนาน แม้ปัจจุบันต้องเผชิญวิกฤตครั้งใหญ่และประกาศขายกิจการ แต่เรื่องราวการต่อสู้ตลอดเส้นทางของเจ้าตัวยังคงถูกกล่าวถึงในฐานะนักธุรกิจที่ผ่านอุปสรรคมาหลายครั้ง

ABOUT THE AUTHOR

neen

ทีมข่าว Siam News