เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวยศดาบตำรวจรายหนึ่ง เข้าขอความช่วยเหลือจาก นายณิกม์ แสงศิรินาวิน สื่อด้านป้องกันอาชญากรรมและความปลอดภัยทางถนน หลังตรวจพบความผิดปกติในทะเบียนบ้านของตนเอง โดยพบว่ามีบุคคลต่างด้าวจำนวนมากถูกย้ายชื่อเข้ามาอยู่ในทะเบียนบ้านโดยที่เจ้าของบ้านไม่เคยรับรู้หรือให้ความยินยอม
ตำรวจผู้เสียหายเปิดเผยว่า ได้รับหนังสือเชิญจากสำนักงานเขตวังทองหลาง ลงวันที่ 25 สิงหาคม 2569 ให้เข้าชี้แจงข้อเท็จจริง ภายหลังกรุงเทพมหานครมีหนังสือด่วนที่สุดแจ้งเตือนกรณีพบความผิดปกติในการรับแจ้งย้ายเข้าและการจัดทำบัตรประจำตัวประชาชนให้บุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทยโดยมิชอบด้วยกฎหมาย
จากการตรวจสอบทะเบียนบ้านซึ่งตั้งอยู่ภายในซอยลาดพร้าว 93 เขตวังทองหลาง พบว่ามีบุคคลต่างด้าวถูกย้ายชื่อเข้ามาในทะเบียนบ้านมากกว่า 400 ราย โดยทยอยย้ายเข้ามาตั้งแต่ปี 2566-2568 และบางส่วนมีประวัติการย้ายมาจากพื้นที่เขตดินแดง ซึ่งเคยปรากฏข่าวเกี่ยวกับกรณีลักษณะเดียวกันมาก่อน
เจ้าของบ้านยืนยันว่า ไม่เคยรับรู้หรืออนุญาตให้มีการย้ายบุคคลเหล่านี้เข้ามาอยู่ในทะเบียนบ้านแต่อย่างใด พร้อมยอมรับว่ารู้สึกตกใจและกังวลอย่างมาก เนื่องจากแม้จะเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่กลับตกเป็นผู้เสียหายจากความผิดปกติด้านทะเบียนราษฎร โดยได้รับข้อมูลเบื้องต้นจากเจ้าหน้าที่ว่าการดำเนินการคัดชื่อบุคคลออกจากทะเบียนบ้านสามารถทำได้เพียงครั้งละประมาณ 50 ราย ส่งผลให้กระบวนการอาจใช้เวลานานและสร้างความเดือดร้อนแก่เจ้าของบ้าน
ด้านนายณิกม์ แสงศิรินาวิน ระบุว่า กรณีดังกล่าวถือเป็นเรื่องร้ายแรงและอาจกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ เนื่องจากพบการนำชื่อบุคคลต่างด้าวจำนวนมากเข้าไปอยู่ในทะเบียนบ้านของประชาชนโดยมิชอบ ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการทุจริตในกระบวนการทางทะเบียน และอาจเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ.2534 รวมถึงกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง
เบื้องต้นจะประสานกรุงเทพมหานครและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบเส้นทางการย้ายเข้าของบุคคลต่างด้าวกว่า 400 รายอย่างละเอียด ตั้งแต่ต้นทาง ผู้ดำเนินการ และกระบวนการรับแจ้งย้ายเข้า เพื่อหาข้อเท็จจริงและผู้ที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ ยังมีการตั้งข้อสังเกตว่า การที่บุคคลต่างด้าวจำนวนมากสามารถทยอยย้ายเข้ามาอยู่ในทะเบียนบ้านหลังเดียวได้เป็นเวลาหลายปีโดยไม่มีการตรวจพบความผิดปกติ ถือเป็นประเด็นที่ต้องตรวจสอบอย่างจริงจังว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร และมีบุคคลหรือเจ้าหน้าที่รายใดเกี่ยวข้องหรือไม่
นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้ภาครัฐเร่งทบทวนและปรับปรุงระบบการจัดทำเอกสารและทะเบียนของแรงงานต่างด้าว รวมถึงเพิ่มมาตรการตรวจสอบนายจ้าง บริษัท หรือผู้ดำเนินการด้านเอกสาร เพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้อย่างมีประสิทธิภาพ และป้องกันการสวมสิทธิ์ทางทะเบียนในลักษณะดังกล่าวไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำอีกในอนาคต