วันที่ 20 สิงหาคม 2569 มีรายงานว่า ที่วัดหนองโบสถ์ ต.ตาจง อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ หลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมออนไลน์ จากกรณีทีมงานนักสืบเอกชนชื่อดัง บอยนักสืบ เผยแพร่ผลงานติดตามคดีชู้สาว โดยระบุว่าสามีรายหนึ่งว่าจ้างให้สืบพฤติกรรมภรรยาซึ่งเป็นบุคลากรในโรงเรียนแห่งหนึ่ง หลังสงสัยว่าภรรยาที่มีลูกวัยเพียง 4 เดือน อาจมีความสัมพันธ์กับบุคคลอื่นภายในโรงเรียน
ข้อมูลที่เผยแพร่ระบุว่า สามีเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติของภรรยา เนื่องจากมักหาเหตุผลออกจากบ้านในช่วงกลางคืน โดยอ้างว่าไปซื้อของที่ตลาดอยู่เป็นประจำ ประกอบกับมีข่าวลือจากคนใกล้ชิดและคนในพื้นที่ว่า ภรรยาของตนมีพฤติกรรมสนิทสนมกับ ผอ.โรงเรียนมากเกินปกติ จึงตัดสินใจว่าจ้างทีมงานนักสืบให้ติดตามและตรวจสอบข้อเท็จจริง
ต่อมาทีมงานนักสืบระบุว่า พบภาพและคลิปที่มีลักษณะเชิงชู้สาวระหว่างชายหญิงคู่หนึ่งบริเวณหน้าเมรุเผาศพภายในวัดแห่งหนึ่งใน จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ทำให้เรื่องดังกล่าวถูกพูดถึงและเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสมอย่างกว้างขวาง
อย่างไรก็ตาม พบ นางเอ นามสมมติ อายุ 46 ปี ภรรยากรรมการวัด เล่าว่า หลังเห็นข่าวรู้สึกตกใจและยืนยันว่าเรื่องที่ปรากฏในข่าวไม่ตรงกับสิ่งที่เกิดขึ้น โดยช่วงเย็นวันที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมา มีรถเก๋งนิสสันสีดำ ป้ายทะเบียนกรุงเทพฯ เข้ามาจอดบริเวณข้างเมรุของวัดเป็นเวลาประมาณ 2 ชั่วโมง
ขณะนั้นมีชาวบ้านอยู่บริเวณดังกล่าวประมาณ 7-8 คน และเห็นชาย 2 คนลงจากรถเพื่อถ่ายภาพบริเวณเมรุ วัด และพื้นที่ป่าข้างเมรุ เมื่อเห็นว่ารถจอดอยู่นาน ชาวบ้านจึงเข้าไปสอบถามถึงเหตุผลที่มาจอด โดยชายทั้งสองคนตอบว่า ผมจอดสูบบุหรี่เดี๋ยวผมไปแล้ว ไม่นานก็ขับรถออกไป
นางเอ ยืนยันว่า ภาพเมรุที่ปรากฏในข่าวเป็นสถานที่ของวัดจริง แต่จากที่ชาวบ้านอยู่ในพื้นที่ขณะนั้น ไม่พบผู้หญิงหรือ ผอ.โรงเรียนเดินทางมาบริเวณดังกล่าว ส่วนชายที่ปรากฏในภาพบริเวณป่า จำได้ว่าเป็นหนึ่งในชาย 2 คนที่เดินทางมาพร้อมรถเก๋งคันดังกล่าว เนื่องจากตนเองเป็นคนเข้าไปสอบถามเรื่องรถด้วยตัวเอง จึงอยากให้ บอยนักสืบ นำหลักฐานมาเปิดเผยเพิ่มเติม เพราะข้อมูลที่ถูกนำเสนอออกไปไม่ตรงกับเหตุการณ์ที่ชาวบ้านพบเห็น
ด้าน นางบี นามสมมติ อายุ 53 ปี แม่ครัวในโรงเรียน ยืนยันเช่นกันว่า ข้อมูลที่เผยแพร่ออกมาไม่ตรงกับข้อเท็จจริง โดยโรงเรียนแห่งนี้มีครูทั้งหมด 7 คน เป็นผู้หญิง 5 คน และผู้ชาย 2 คน ส่วนใหญ่มีบุตรอายุประมาณ 8-9 ขวบ และไม่มีครูหรือบุคลากรคนใดมีลูกวัย 2 เดือน นอกจากนี้ โรงเรียนยังมีจำนวนนักเรียนต่ำกว่าเกณฑ์ จึงไม่มี ผอ.โรงเรียนประจำ มีเพียงรักษาการ ผอ.
นางบียังเปิดเผยว่า เคยเห็นรถเก๋งสีดำคันดังกล่าวเข้ามาวนเวียนบริเวณโรงเรียน จึงให้สามีบันทึกภาพรถเอาไว้ ก่อนนำข้อมูลไปให้ตำรวจที่รู้จักช่วยตรวจสอบ และพบว่าป้ายทะเบียนที่ติดอยู่กับรถไม่ตรงกับตัวรถ ขณะเดียวกันยังรู้สึกสงสัยว่าข่าวระบุว่าตนเองรู้เห็นกับเหตุการณ์ จึงอยากให้ บอยนักสืบ ออกมาชี้แจง พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า หากเป็น ผอ.โรงเรียนจริง คงไม่น่าจะมาทำอะไรบริเวณข้างเมรุ
ทั้งนี้ ในช่วงเกิดเหตุชาวบ้านและทางโรงเรียนพบความผิดปกติจากการมีรถแปลกๆ เข้ามาในพื้นที่ จึงมีการกำชับนักเรียนไม่ให้ออกจากห้องเรียน พร้อมรายงานเรื่องตามลำดับขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง ขณะที่ชาวบ้านในพื้นที่ยังคงตั้งข้อสังเกตและต้องการให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมว่า เหตุการณ์ตามที่มีการเผยแพร่ในโลกออนไลน์นั้นตรงกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงหรือไม่