จากกรณีที่ ครูทราย ออกมาเรียกร้องความเป็นธรรม หลังสูญเสียสามีอย่างกะทันหันจากภาวะหัวใจวาย จนกลายเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอย่างกว้างขวาง ล่าสุดเจ้าตัวได้เปิดใจผ่านรายการ โหนกระแส เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 โดยเล่าย้อนถึงเหตุการณ์ในวันที่พาสามีเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล พร้อมเผยบทสนทนาระหว่างแพทย์กับผู้ป่วยที่ยังคงติดอยู่ในความทรงจำจนถึงทุกวันนี้
ครูทรายเล่าว่า ในวันเกิดเหตุสามีมีอาการแน่นหน้าอกและปวดร้าวลงแขน ซึ่งเป็นอาการที่สร้างความกังวลให้กับครอบครัวอย่างมาก โดยระหว่างการพบแพทย์คนที่ 3 ของวันนั้น สามีพยายามยืนยันหลายครั้งว่าอาการสำคัญที่ต้องการให้ตรวจคืออาการแน่นหน้าอก ไม่ใช่เรื่องคอเลสเตอรอลตามที่มีการนัดหมายไว้ก่อนหน้า ขณะที่ตนเองก็พยายามแจ้งข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับประวัติความเสี่ยงด้านสุขภาพของครอบครัว เพื่อให้แพทย์ใช้ประกอบการวินิจฉัย
อย่างไรก็ตาม ครูทรายอ้างว่า ระหว่างการพูดคุย แพทย์ได้ตั้งคำถามกลับมาว่า เธอคิดว่าแฟนเธอเป็นโรคอะไร ก่อนจะอธิบายโดยอ้างอิงข้อมูลทางสถิติว่า คนอายุประมาณ 30 ปี มีโอกาสเป็นโรคหัวใจเพียง 3-5 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น จากนั้นแพทย์ได้หันไปถามสามีของตนว่า คุณคิดว่าคุณเป็นเหรอ ซึ่งทำให้สามียิ้มออกมาด้วยความเขินในขณะนั้น
ครูทรายยังเล่าต่อว่า แพทย์ได้อธิบายเพิ่มเติมว่า หากผู้ป่วยเป็นโรคหัวใจจริง อาการควรจะรุนแรงกว่านี้ และไม่น่าจะสามารถนั่งยิ้มอยู่บนรถเข็นได้ พร้อมเปรียบเทียบว่าผู้ป่วยโรคหัวใจมักมีอาการเหมือนถูกของหนักกดทับบริเวณหน้าอกจนไม่สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ นอกจากนี้ เธอยังอ้างว่าในระหว่างการสนทนา แพทย์ได้พูดกับตนในลักษณะที่ทำให้รู้สึกเสียใจและไม่สบายใจอย่างมาก
หลังจากเสร็จสิ้นการตรวจและได้รับอนุญาตให้กลับบ้าน ครูทรายและสามีเดินทางกลับตามปกติ แต่เพียงไม่กี่ชั่วโมงต่อมา สามีกลับเกิดอาการทรุดลงอย่างกะทันหัน ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา ท่ามกลางความตกใจของคนในครอบครัว
ต่อมาผลชันสูตรสาเหตุการเสียชีวิตระบุว่า ผู้เสียชีวิตมีภาวะเส้นเลือดหัวใจตีบถึง 2 เส้น ซึ่งสอดคล้องกับอาการแน่นหน้าอกและปวดร้าวลงแขนที่เคยแจ้งกับแพทย์ก่อนหน้านั้น ทำให้ครอบครัวยังคงติดใจในกระบวนการวินิจฉัยและการประเมินอาการในวันเกิดเหตุ
ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวเป็นคำบอกเล่าจากฝั่งครอบครัวผู้เสียชีวิตผ่านสื่อมวลชน ขณะที่แพทย์และโรงพยาบาลที่ถูกพาดพิงยังไม่ได้ออกมาชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวเพิ่มเติม โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามกระบวนการต่อไป