ข่าวภูมิภาค

วงจรปิดจับภาพนาทีเดือด! กลุ่มชายบุกตามอริถึงร้านเกม หนุ่มวัย 20 เจ็บสาหัส

|
วงจรปิดจับภาพนาทีเดือด! กลุ่มชายบุกตามอริถึงร้านเกม หนุ่มวัย 20 เจ็บสาหัส

เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ราษฎร์บูรณะ เข้าตรวจสอบเหตุทะเลาะวิวาทและทำร้ายร่างกายชายวัย 20 ปี จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ภายในซอยประชาอุทิศ 45 แขวงบางมด เขตทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร หลังได้รับแจ้งเหตุเมื่อเวลา 19.47 น. โดยมีรายงานว่าชาวบ้านได้ยินเสียงคล้ายอาวุธปืนดังขึ้น 1 นัด เจ้าหน้าที่จึงประสานกำลังตำรวจ กองพิสูจน์หลักฐาน และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุและช่วยเหลือผู้บาดเจ็บอย่างเร่งด่วน

บริเวณหน้าร้านอาหารตามสั่ง เจ้าหน้าที่พบชายวัย 20 ปี นอนจมกองเลือดอยู่บนพื้นถนน มีอาการหายใจรวยรินและได้รับบาดเจ็บหลายแห่ง ทั้งบาดแผลเปิดขนาดใหญ่บริเวณคิ้วซ้าย ใบหน้าแตกบริเวณใต้ตาซ้ายและโหนกแก้มขวา รวมถึงมีรอยฟกช้ำตามร่างกายหลายจุด อาสาสมัครจึงเร่งปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนประสานรถกู้ชีพระบบการแพทย์ฉุกเฉินเอราวัณเข้ารับตัว เนื่องจากผู้บาดเจ็บมีอาการหนักและจำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด

ระหว่างที่เจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือ บิดาและมารดาของผู้บาดเจ็บแสดงความไม่พอใจต่อการทำงานของอาสาสมัคร พร้อมถ่ายทอดสดเหตุการณ์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ และมีการโต้เถียงกดดันเจ้าหน้าที่เป็นระยะ เมื่อรถกู้ชีพเอราวัณเดินทางมาถึง เจ้าหน้าที่จึงนำตัวผู้บาดเจ็บขึ้นรถเพื่อช่วยชีวิตและประเมินอาการเพิ่มเติม โดยดำเนินการใส่อุปกรณ์ช่วยหายใจและตรวจวัดสัญญาณชีพ ก่อนเคลื่อนย้ายส่งโรงพยาบาล อย่างไรก็ตาม ระหว่างปฏิบัติงาน ญาติยังคงเข้าไปโต้เถียงกับเจ้าหน้าที่ภายในบริเวณรถกู้ชีพ ส่งผลให้สถานการณ์เกิดความชุลมุนและเจ้าหน้าที่ต้องทำงานภายใต้แรงกดดัน

ต่อมา เมื่อรถกู้ชีพนำผู้บาดเจ็บไปถึงโรงพยาบาลบางปะกอก 1 ยังคงเกิดการโต้เถียงบริเวณด้านหน้าโรงพยาบาล ทำให้บุคลากรทางการแพทย์และประชาชนที่มาใช้บริการแตกตื่นกับเหตุการณ์ดังกล่าว

จากการตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดบริเวณหน้าร้านเกม พบว่า ก่อนเกิดเหตุ ผู้บาดเจ็บนั่งอยู่หน้าร้าน ก่อนจะมีรถยนต์โตโยต้า อัลพาร์ด สีดำ ขับเข้ามาจอดบริเวณลานจอดรถ จากนั้นมีชาย 2 คนลงจากรถและเดินตรงเข้าไปหา เมื่อผู้บาดเจ็บสังเกตเห็นบุคคลทั้งสอง จึงเดินหลบเข้าไปภายในร้านเกม

ภาพจากกล้องวงจรปิดยังปรากฏว่าชายทั้งสองกวักมือเรียกบุคคลอื่นให้เข้ามาสมทบ ก่อนจะมีชายสวมหมวกกันน็อกเดินตามมา แล้วทั้งหมดเข้าไปภายในร้าน ต่อมามีชายสวมเสื้อสีขาวและหญิงสวมเสื้อสีแดงเดินเข้ามาเพิ่มเติม โดยหญิงคนดังกล่าวเดินเข้าไปภายในร้านเช่นกัน

หลังจากนั้นไม่นาน เกิดเหตุชุลมุนขึ้นภายในร้าน ทำให้ผู้ที่กำลังใช้บริการต่างพากันวิ่งหนีออกมาด้วยความตกใจ ขณะที่หญิงสวมเสื้อสีแดงวิ่งตามออกมาดูเหตุการณ์บริเวณด้านนอก ก่อนจะเดินกลับเข้าไปภายในร้านอีกครั้ง ภายหลังเหตุการณ์ กลุ่มบุคคลที่อยู่ในร้านทยอยเดินออกมา โดยภาพวงจรปิดยังเห็นชายสวมเสื้อสีน้ำตาลถืออาวุธปืนยืนอยู่ด้านนอกร้านในลักษณะคุมเชิง ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบตัวบุคคลและพฤติการณ์ที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียด

ด้านแม่ค้าร้านอาหารตามสั่งในบริเวณดังกล่าวให้ข้อมูลว่า ก่อนเกิดเหตุมีการทะเลาะวิวาทกันมาแล้วรอบหนึ่ง ต่อมามีชายคนหนึ่งวิ่งมาหลบอยู่บริเวณใต้ร้านของลูกสาว ก่อนจะมีกลุ่มชายประมาณ 3 คนตามมาสอบถามว่าเห็นบุคคลดังกล่าวหรือไม่ ตนจึงตอบไปว่าเห็นวิ่งไปทางห้องน้ำ พร้อมยอมรับว่าในขณะนั้นพยายามบอกให้กลุ่มชายเข้าใจผิด เพื่อช่วยให้สถานการณ์ผ่านไป แต่หลังจากนั้นเหตุการณ์กลับบานปลายจนเกิดการทำร้ายร่างกายขึ้น

ขณะที่เพื่อนของผู้บาดเจ็บซึ่งอยู่ในเหตุการณ์เปิดเผยว่า ระหว่างที่กำลังนั่งรับประทานก๋วยเตี๋ยว มีกลุ่มชายเข้ามาและมีการใช้อาวุธปืน ตนไม่ทราบว่าบุคคลกลุ่มดังกล่าวเป็นใคร โดยระบุว่าตนถูกไล่ยิงจนต้องวิ่งหนีเอาตัวรอด ส่วนเพื่อนของตนถูกยิงได้รับบาดเจ็บ

ด้านแฟนสาวของผู้บาดเจ็บให้ข้อมูลว่า ก่อนเกิดเหตุ นายเอ (นามสมมติ) มีปากเสียงกับตนที่บ้านและอยู่ในอาการมึนเมา ก่อนจะมาส่งตนที่ร้านเบอร์เกอร์ หลังจากนั้นจึงทราบว่าแฟนหนุ่มไปมีเรื่องกับบุคคลอื่นบริเวณหน้าร้านเกม โดยการโต้เถียงครั้งแรกเกิดขึ้นในช่วงเวลาประมาณ 17.50 น. ซึ่งขณะนั้นอีกฝ่ายมากับแฟนและลูก

ภายหลังตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานพบหัวกระสุนปืนไม่ทราบขนาด จำนวน 1 หัว จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐานประกอบสำนวนคดี เพื่อใช้ในการตรวจพิสูจน์และสนับสนุนการสืบสวนหาข้อเท็จจริง

สำหรับอาการล่าสุดของผู้บาดเจ็บ โรงพยาบาลรายงานว่ามีกระดูกใบหน้าแตกและมีบาดแผลบริเวณใบหน้า แต่บาดแผลไม่ลึกถึงกะโหลกศีรษะ โดยภาพรวมอาการปลอดภัยแล้ว อย่างไรก็ตาม แพทย์ยังคงให้นอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาล เพื่อเฝ้าสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ราษฎร์บูรณะ อยู่ระหว่างเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด รวบรวมพยานหลักฐาน และติดตามตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องมาสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนสาเหตุความขัดแย้งที่แท้จริงยังไม่สามารถสรุปได้ โดยต้องรอสอบปากคำผู้บาดเจ็บเพิ่มเติมเมื่ออาการดีขึ้น เพื่อคลี่คลายข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ต่อไป

ABOUT THE AUTHOR

neen

ทีมข่าว Siam News