ข่าวภูมิภาค

ด่วน! กรมชลฯ เตือน 11 จังหวัด รับมือน้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูง ปรับระบายท้ายเขื่อน

|
ด่วน! กรมชลฯ เตือน 11 จังหวัด รับมือน้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูง ปรับระบายท้ายเขื่อน

วันที่ 1 ตุลาคม 2569 นายเดช เล็กวิชัย รองอธิบดี ปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมชลประทาน ออกประกาศแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำลุ่มเจ้าพระยา ฉบับที่ 7 ถึงผู้ว่าราชการจังหวัด 11 จังหวัด ได้แก่ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี ลพบุรี ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ และกรุงเทพมหานคร เพื่อเตรียมพร้อมรับมือปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น หลังหลายพื้นที่มีฝนตกหนัก โดยกรมชลประทานคาดการณ์ว่าปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาจะสูงขึ้น และมีความจำเป็นต้องปรับการระบายน้ำท้ายเขื่อนอยู่ที่ 2,200-2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

จากการประเมินสถานการณ์น้ำในช่วง 1-9 วันข้างหน้า คาดว่าในวันที่ 2 ตุลาคม 2569 สถานีวัดน้ำ C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ จะมีปริมาณน้ำไหลผ่านสูงสุดประมาณ 3,010 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เมื่อรวมกับน้ำจากลำน้ำสาขาอีกประมาณ 700-750 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จะทำให้ปริมาณน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 3,600-3,700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

ขณะเดียวกัน กรมชลประทานจะรับน้ำเข้าสู่ระบบชลประทานทั้งสองฝั่งในอัตรา 550-580 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แต่ยังจำเป็นต้องเพิ่มการระบายน้ำบริเวณท้ายเขื่อนเจ้าพระยาเป็น 2,200-2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งจะทำให้ระดับน้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำเพิ่มจากระดับปัจจุบันประมาณ 0.40-0.70 เมตร

พื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น ได้แก่

จ.พระนครศรีอยุธยา: อ.เสนา, อ.ผักไห่, อ.บางบาล, อ.พระนครศรีอยุธยา, อ.บางปะอิน, อ.บางไทร

จ.อ่างทอง: อ.วิเศษชัยชาญ, อ.ป่าโมก, อ.เมือง

จ.สิงห์บุรี: อ.อินทร์บุรี, อ.พรหมบุรี, อ.เมือง

จ.ชัยนาท: อ.สรรพยา

ทั้งนี้ การระบายน้ำดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชุมชนที่อยู่ในคันกั้นน้ำ อย่างไรก็ตาม กรมชลประทานขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงประชาชนที่อาศัยอยู่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อย ในพื้นที่ 11 จังหวัด ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดและเตรียมพร้อมรับมือกับระดับน้ำที่อาจเพิ่มสูงขึ้น โดยกรมชลประทานจะติดตามสถานการณ์และบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ABOUT THE AUTHOR

neen

ทีมข่าว Siam News