วันที่ 6 กันยายน 2569 พ.ต.ต.ณัฐพล พ่อสาร สว.(สอบสวน) สภ.เมืองนครพนม พร้อมแพทย์เวรโรงพยาบาลนครพนม เดินทางเข้าตรวจชันสูตรพลิกศพ นายเอ (นามสมมติ) อายุ 56 ปี และนางบี (นามสมมติ) อายุ 55 ปี สองสามีภรรยาชาวบ้านชะโนดใหญ่ ต.ขามเฒ่า อ.เมือง จ.นครพนม หลังประสบอุบัติเหตุรถบรรทุก 12 ล้อ ยางแตกจนเสียหลักพุ่งชนราวสะพาน ก่อนตกลงไปจมน้ำใต้สะพาน โดยใช้เวลานานประมาณ 7-8 ชั่วโมงกว่าจะสามารถนำรถและร่างผู้เสียชีวิตขึ้นมาได้
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 5 กันยายน 2569 หลังเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุรถบรรทุกชนสะพานและตกลงไปในน้ำ โดยมีผู้ติดอยู่ภายในรถ บริเวณริมถนนทางหลวงหมายเลข 212 สายนครพนม-ธาตุพนม ช่วงบ้านหนองเซา ต.ท่าค้อ อ.เมือง จ.นครพนม จึงระดมกำลังเจ้าหน้าที่กู้ภัยและรถกู้ชีพจากหลายหน่วยงานเข้าตรวจสอบและให้การช่วยเหลือ
ที่เกิดเหตุเป็นถนน 4 เลน ฝั่งขาเข้าเมือง บริเวณหลัก ก.ม.327 เจ้าหน้าที่ต้องใช้เชือกโรยกั้น พร้อมปิดการจราจร 2 เลน เพื่อเข้าช่วยเหลือ พบรถบรรทุก 12 ล้อ สีเขียวอ่อน ทะเบียน 70-2352 เลย พุ่งชนราวสะพานจนได้รับความเสียหายอย่างหนัก โดยส่วนห้องโดยสารจมอยู่ในน้ำลึกประมาณ 2 เมตร และอยู่บริเวณพื้นที่ลาดชันสูงประมาณ 7 เมตร เจ้าหน้าที่จึงประสานรถเครนขนาด 20 ตัน และ 16 ตัน เข้าสนับสนุนภารกิจยกรถขึ้นจากน้ำ
สำหรับการช่วยเหลือครั้งนี้ ว่าที่ พ.ต.อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ผู้ว่าฯ นครพนม เดินทางมาอำนวยการด้วยตนเอง พร้อมด้วย นายวีระ ฤกษ์วาณิชย์กุล รองผู้ว่าฯ และเจ้าหน้าที่ ปภ.จังหวัดนครพนม โดยเจ้าหน้าที่ใช้เวลาปฏิบัติการนานประมาณ 8 ชั่วโมง ก่อนจะสามารถยกรถขึ้นจากน้ำได้สำเร็จ และนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาได้
จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า นายเอ เป็นผู้ขับรถบรรทุก 12 ล้อ โดยมีนางบี ผู้เป็นภรรยา นั่งอยู่บริเวณเบาะข้างคนขับ ทั้งคู่เดินทางข้ามสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 3 เพื่อนำผลไม้ไปส่งที่ประเทศเวียดนาม ก่อนเดินทางกลับเข้าฝั่งไทยในสภาพรถเปล่า
กระทั่งขณะเดินทางกลับบ้าน ซึ่งเหลือระยะทางอีกเพียงประมาณ 3-4 กิโลเมตร รถได้มาถึงช่วงโค้งหนองเซา ต.ท่าค้อ ก่อนเกิดเหตุยางล้อหน้าด้านซ้ายแตก ทำให้รถเสียหลักและไม่สามารถควบคุมพวงมาลัยได้ รถจึงพุ่งข้ามเลนไปชนราวสะพานอย่างแรง ก่อนตกลงไปในน้ำและจมนานเกือบ 8 ชั่วโมง กระทั่งเจ้าหน้าที่สามารถกู้รถและร่างผู้เสียชีวิตขึ้นมาได้สำเร็จ
ระหว่างเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกู้รถและร่างผู้เสียชีวิต ญาติรวมถึงลูกสาวของนายเอและนางบีได้เดินทางมายังจุดเกิดเหตุ หลังทราบข่าวจากโลกโซเชียล โดยทันทีที่ลูกสาวมาถึงและจำรถบรรทุกที่พ่อแม่ใช้เดินทางก่อนเกิดเหตุได้ ถึงกับร่ำไห้อย่างหนักใจจะขาด ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะกู้รถและร่างผู้เสียชีวิตขึ้นมาได้สำเร็จ จากนั้นญาติไม่ติดใจสาเหตุการเสียชีวิต จึงรับร่างไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป