วันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมคณะผู้บริหาร ครั้งที่ 7 โดยมีนายวิศณุ ทรัพย์สมพล น.ส.ทวิดา กมลเวชช นายศานนท์ หวังสร้างบุญ นายพรพรหม ณ ส. วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าฯ กทม. นายณรงค์ เรืองศรี ปลัดกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ ผู้อำนวยการเขตทั้ง 50 เขต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม

ก่อนเริ่มการประชุม ผู้เข้าร่วมทั้งหมดได้ร่วมกันยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 1 นาที เพื่อถวายความอาลัยแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา จากนั้นนายชัชชาติได้แจ้งต่อที่ประชุมถึงเหตุเพลิงไหม้ร้านอาหารโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และทำให้มีผู้เสียชีวิต 28 ราย พร้อมเชิญผู้เข้าร่วมประชุมยืนไว้อาลัยให้แก่ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว

นายชัชชาติ กล่าวว่า ภายหลังเกิดเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว ขณะเดียวกันในด้านการปฏิบัติงาน ได้กำชับให้ผู้อำนวยการเขตลงพื้นที่ตรวจสอบสถานประกอบการอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะประเด็นที่พบจากเหตุการณ์ครั้งนี้ เช่น ทางหนีไฟที่มีสิ่งกีดขวาง ระบบไฟฉุกเฉินที่อาจใช้งานไม่ได้ในขณะเกิดเหตุ ประตูหนีไฟที่ต้องตรวจสอบว่าถูกล็อกหรือสามารถผลักเปิดได้ รวมถึงวัสดุที่อาจเป็นเชื้อเพลิงติดตั้งอยู่บริเวณเพดาน แม้สถานที่ดังกล่าวจะไม่เข้าข่ายเป็นสถานบริการ แต่การตรวจสอบจำเป็นต้องใช้ดุลยพินิจและพิจารณาปัจจัยแวดล้อมร่วมด้วย
ผู้ว่าฯ กทม. ระบุว่า แม้จะมีการตรวจสอบตามรอบคำสั่งเป็นประจำ เช่น ในเดือนเมษายนและเดือนธันวาคม แต่หลังการตรวจอาจมีการนำสิ่งของไปวางกีดขวางทางหนีไฟภายหลัง จึงจำเป็นต้องมีการติดตามตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง พร้อมกำชับให้ผู้อำนวยการเขตดำเนินการอย่างจริงจัง หากพบความเสี่ยงต้องสั่งปิดหรือระงับการใช้งานสถานประกอบการไว้ก่อน เพราะเป็นเรื่องความปลอดภัยของประชาชน พร้อมทั้งเห็นว่าควรปรับปรุงรายการตรวจสอบหรือเช็กลิสต์ให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ หลังจากนี้จะมีการออกข้อแนะนำเพิ่มเติมให้ผู้อำนวยการเขตตรวจสอบสถานประกอบการอย่างละเอียดมากขึ้น โดยในช่วงนี้ขอให้ลงพื้นที่ตรวจในช่วงเวลากลางคืน เพื่อสังเกตพฤติกรรมการใช้งานจริงของสถานประกอบการ หากพบว่ามีความเสี่ยงสามารถสั่งปิดหรือสั่งให้หยุดดำเนินการเพื่อปรับปรุงได้ทันที เนื่องจากเป็นประเด็นที่ประชาชนให้ความสนใจ และกรุงเทพมหานครจะเพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสอบมากขึ้น
นายชัชชาติ ยังกล่าวถึงกรณีทุนเทาจดทะเบียนในลักษณะพ่อทิพย์แม่ทิพย์ โดยกำชับให้ทุกเขตดำเนินการตรวจสอบอย่างจริงจัง เนื่องจากประชาชนตั้งข้อสังเกตจำนวนมาก แม้บางกรณีจะดำเนินการถูกต้องตามระเบียบ แต่เจ้าหน้าที่ต้องใช้ดุลยพินิจและพิจารณาข้อมูลประกอบเพื่อประเมินความผิดปกติ หากแม้จะดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายแต่ภาพรวมยังมีข้อสงสัย ก็ต้องมีความรอบคอบและไหวตัวในการตรวจสอบ ทั้งนี้ ได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงแล้ว และจะขยายการตรวจสอบไปยังอีก 5 เขต โดยมีอย่างน้อย 500-1,000 กรณี ที่จะต้องตรวจสอบเพิ่มเติมต่อไป
เรียบเรียงโดย มุมข่าว