วันที่ 28 สิงหาคม 2569 พ.ต.ท.ธนโชค โชคพัฒนทวี สว.สส.สภ.หนองแค จ.สระบุรี รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ว่าเกิดเหตุฆ่ากันภายในห้องเช่าแห่งหนึ่งใน อ.หนองแค จ.สระบุรี จึงนำกำลังตำรวจ พร้อมเจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิร่วมกตัญญู จุดหนองแค เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน แพทย์จากโรงพยาบาลหนองแค และชุดสืบสวน สภ.หนองแค เดินทางเข้าตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุเป็นห้องแถวชั้นเดียวที่แบ่งเป็นห้องเช่า ภายในห้องพบร่าง น.ส.พร อายุ 30 ปี นอนเสียชีวิตอยู่บนที่นอน สวมกางเกงขายาวสีดำและเสื้อยืดคอกลมสีชมพู โดยมีเข็มขัดรัดอยู่บริเวณลำคอ 1 เส้น ขณะที่ภายในห้องไม่พบร่องรอยการต่อสู้ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจึงเข้าตรวจสอบและเก็บวัตถุพยานต่างๆ ไว้เป็นหลักฐาน
ด้านแพทย์จากโรงพยาบาลหนองแค ตรวจชันสูตรเบื้องต้นไม่พบบาดแผลตามร่างกายผู้เสียชีวิต คาดว่าเสียชีวิตจากการถูกรัดคอจนขาดอากาศหายใจ และคาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 6 ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม ต้องส่งศพไปชันสูตรที่โรงพยาบาลหนองแคอีกครั้ง เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง
สำหรับ น.ส.พร ผู้เสียชีวิต แต่งงานและใช้ชีวิตร่วมกับนายสรณ์ อายุ 33 ปี มานาน 14 ปี ทั้งคู่มีบุตรด้วยกัน 2 คน เป็นชาย 1 คน และหญิง 1 คน ขณะที่ตำรวจตรวจสอบและบันทึกภาพภายในที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน เนื่องจากทราบว่านายสรณ์ ผู้เป็นสามี ได้ประสบอุบัติเหตุขับรถชนและเสียชีวิตในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังพบรถจักรยานยนต์ของ น.ส.พร จอดอยู่ภายในปั๊มน้ำมันริมถนนพหลโยธิน จึงเตรียมตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดภายในปั๊ม เพื่อหาคำตอบว่ารถจักรยานยนต์ของผู้เสียชีวิตถูกนำมาจอดไว้ที่บริเวณดังกล่าวได้อย่างไร
ด้านน้องสาวของ น.ส.พร เล่าว่า ช่วงเวลาประมาณ 08.00 น. ตนเดินทางมาหาพี่สาวที่ห้องเช่า แต่พบว่าประตูถูกล็อกกุญแจ จึงเดินทางกลับบ้าน ก่อนจะเห็นว่ามีเจ้าหน้าที่กู้ภัยไลฟ์สดเกี่ยวกับอุบัติเหตุรถชน จึงเข้าไปดูและพบว่ารถที่ประสบเหตุเป็นรถของพี่เขย และมีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุเพียง 1 ราย ทำให้สงสัยว่าหากพี่เขยเสียชีวิตแล้ว พี่สาวของตนไปอยู่ที่ไหน จึงนำกุญแจสำรองกลับมาเปิดห้องเช่า และพบว่าพี่สาวนอนเสียชีวิตอยู่ภายในห้อง
ปกติพี่สาวและพี่เขยจะทะเลาะกันเป็นประจำ เนื่องจากพี่สาวไปมีแฟนใหม่ แต่ยังไม่เลิกรากันขาด ยังไปๆ มาๆ หากันอยู่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังพบรถจักรยานยนต์ของผู้เสียชีวิตจอดอยู่ภายในปั๊มน้ำมัน ริมถนนพหลโยธิน ซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันว่ารถไปจอดอยู่ที่นั่นได้อย่างไร
ขณะที่แม่ของ น.ส.พร เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้เคยบอกให้ลูกสาวกลับมาอยู่บ้าน เนื่องจากลูกสาวและสามีมีปัญหากันและทะเลาะกันอยู่บ่อยครั้ง โดยตนเคยพูดคุยกับลูกเขยเป็นประจำ แต่ลูกเขยยังรักลูกสาวและตามมาอยู่ที่ห้องเช่าด้วยกัน ซึ่งในมุมมองของตน ลูกเขยเป็นคนดี คอยดูแลและเอาใจใส่ลูกสาวมาตลอด อย่างไรก็ตาม ตนไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่กับทั้งคู่ จึงไม่ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับปัญหาภายในครอบครัว และไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์รุนแรงเช่นนี้ขึ้น
ส่วนแม่ของนายสรณ์ เล่าว่า ส่วนตัวเชื่อว่าสาเหตุน่าจะมาจากเรื่องความหึงหวง ไม่น่าจะมีประเด็นอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยขณะนี้ฝ่ายหญิงไม่ได้ทำงาน เพราะเพิ่งลาออกจากงาน ขณะที่ลูกชายกับลูกสะใภ้มีปัญหากันมาโดยตลอด ทะเลาะกันแล้วกลับมาคืนดีกัน และเป็นเช่นนี้เรื่อยมา แต่ทั้งคู่ก็ยังคงใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน โดยอยู่กินกันมานาน 14 ปี
แม่ของนายสรณ์ ระบุอีกว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งสองครอบครัวต่างรับรู้กันดี และคาดว่าเหตุการณ์ครั้งนี้อาจเกิดจากอารมณ์ชั่ววูบของลูกชายที่เกิดความหึงหวงจนลงมือก่อเหตุ
เมื่อคืนที่ผ่านมาลูกชายไม่ได้กลับมานอนที่บ้าน คาดน่าจะตามสะกดรอยเมียตัวเอง ธรรมดาจะอยู่ที่บ้านกับตนเอง ก็มาทราบที่หลังว่าลูกชายเสียชีวิต เกิดจากอุบัติเหตุรถชนกัน คาดว่าลูกชายน่าจะขับรถไปเรื่อยๆ และคิดมาก จึงทำให้เกิดอุบัติเหตุ
ด้านเพื่อนของ น.ส.พร เปิดเผยว่า พรเพิ่งย้ายมาอยู่ห้องเช่าแห่งนี้ได้ไม่ถึง 1 เดือน และในวันเกิดเหตุเพิ่งได้งานใหม่ โดยมีแผนจะเดินทางไปรับใบตรวจสุขภาพเพื่อเริ่มงาน
ทั้งนี้ ทราบว่า พร มีแฟนเป็นตัวเป็นตนและมีใบทะเบียนสมรสกับสามีอยู่แล้ว แต่ที่ผ่านมาเจ้าตัวมีปัญหากับสามี รวมถึงมีประเด็นเรื่องชู้สาว จึงตัดสินใจออกมาเช่าห้องอยู่ต่างหาก อย่างไรก็ตาม สามียังคงไปๆ มาๆ หา และหลังจากพรออกจากงานก็ยังพาไปกินข้าวด้วยกัน