วันที่ 25 สิงหาคม 2569 เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลมีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำ อ1802/2568 ที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้อง น.ส.สรารัตน์ วุฒิตาภรณ์ หรือ “แอม ไซยาไนด์” ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ฆ่าผู้อื่นเพื่อเอาหรือรักษาไว้ซึ่งผลประโยชน์จากการกระทำความผิดอื่น และข้อหาปลอมปนอาหาร ยา หรือเครื่องอุปโภคบริโภคด้วยสารพิษจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย
คดีดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของ น.ส.ดาริณี เทพทวี หรือ ฟ้า เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2563 หลังมีอาการแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก และหมดสติภายในบ้านพัก ก่อนเสียชีวิตที่โรงพยาบาลสามพราน แม้ทีมแพทย์จะพยายามช่วยชีวิตอย่างเต็มที่
ต่อมาศพถูกส่งไปชันสูตรเพิ่มเติมที่โรงพยาบาลศิริราช โดยแพทย์พบความผิดปกติหลายประการ ทั้งบริเวณหัวใจ ปอด และไขมันในตับ ซึ่งสอดคล้องกับภาวะเนื้อเยื่อขาดออกซิเจน ขณะที่ผลการตรวจและข้อมูลทางการแพทย์ชี้ว่าผู้ตายมีแนวโน้มได้รับสารพิษไซยาไนด์
จากการไต่สวน ศาลรับฟังพยานหลักฐานทั้งจากแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านพิษวิทยา และพยานบุคคล ซึ่งระบุว่าผู้ตายได้เดินทางไปตลาดสามพรานกับจำเลยในวันเกิดเหตุ ก่อนกลับมาบ้านและเกิดอาการผิดปกติจนเสียชีวิตในเวลาต่อมา
แม้จะไม่มีพยานเห็นเหตุการณ์ขณะนำสารพิษไปผสมในอาหารหรือเครื่องดื่มโดยตรง แต่ศาลเห็นว่าลักษณะการก่อเหตุเป็นการวางแผนและเตรียมการอย่างรัดกุม จึงไม่จำเป็นต้องมีพยานพบเห็นในขณะลงมือกระทำความผิด
ศาลยังพิจารณาถึงแรงจูงใจในการก่อเหตุ โดยพบว่าจำเลยมีภาระหนี้สินจำนวนมาก และมีความเกี่ยวข้องทางการเงินกับผู้ตาย ทั้งในเรื่องหนี้สินส่วนตัว การชักชวนร่วมเล่นแชร์ รวมถึงผลประโยชน์ทางการเงินที่เกี่ยวข้องหลายแสนบาท นอกจากนี้ยังมีข้อมูลเกี่ยวกับการใช้บัญชีธนาคารหลายบัญชีที่เชื่อมโยงกับธุรกรรมทางการเงินจำนวนมาก
ศาลจึงเชื่อว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้ตายเพื่อหวังผลประโยชน์และแก้ปัญหาทางการเงินของตนเอง
ภายหลังพิเคราะห์พยานหลักฐานทั้งหมดแล้ว ศาลเห็นว่าการกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท และให้ลงโทษตามบทบัญญัติที่มีโทษสูงสุด จึงพิพากษา ประหารชีวิต
หลังสิ้นสุดการอ่านคำพิพากษา บรรดาญาติของผู้เสียชีวิตต่างเข้าสวมกอดและร้องไห้ด้วยความโล่งใจ ขณะที่ น.ส.สรารัตน์ มีสีหน้าเรียบเฉยระหว่างรับฟังคำตัดสิน และมีการพูดคุยกับทีมทนายความเป็นระยะ
ด้าน น.ส.จิราภา วงศ์สวัสดิ์ พี่สาวของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ครอบครัวรู้สึกพึงพอใจกับคำพิพากษา เนื่องจากต่อสู้เพื่อค้นหาความจริงมาตั้งแต่ปี 2563 พร้อมรวบรวมหลักฐานต่าง ๆ ทั้งข้อมูลการสื่อสาร ข้อความสนทนา และผลการตรวจทางการแพทย์ จนกระทั่งคดีได้รับการพิจารณาอย่างครบถ้วน
พี่สาวผู้เสียชีวิตยังกล่าวว่า จากที่สังเกตเห็นจำเลยภายในห้องพิจารณาคดี ยังไม่เห็นท่าทีสำนึกผิดต่อสิ่งที่เกิดขึ้น พร้อมส่งกำลังใจไปยังครอบครัวผู้เสียหายรายอื่น ๆ ที่ยังอยู่ระหว่างรอผลคำพิพากษา
สำหรับคดีของ “แอม ไซยาไนด์” ปัจจุบันอัยการยื่นฟ้องรวม 15 คดี แบ่งเป็นคดีฆ่าผู้อื่น 14 คดี และคดีพยายามฆ่าอีก 1 คดี โดยก่อนหน้านี้ศาลมีคำพิพากษาแล้วหลายคดี และเมื่อรวมคดีล่าสุด ทำให้มีคำพิพากษา ประหารชีวิต 2 คดี จำคุกตลอดชีวิต 2 คดี และยกฟ้อง 3 คดี