วันที่ 24 สิงหาคม 2569 ความคืบหน้ากรณีกลุ่มผู้ก่อเหตุลอบก่อเหตุความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ครอบคลุม 13 อำเภอ รวม 40 จุด เมื่อคืนวันที่ 22 สิงหาคมที่ผ่านมา ล่าสุดเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเดินหน้าตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด ควบคู่กับการรวบรวมพยานหลักฐาน จนสามารถควบคุมตัวชายต้องสงสัยได้ 1 ราย ในพื้นที่อำเภอเจาะไอร้อง
จากการตรวจสอบพบว่า กล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพพฤติกรรมของผู้ต้องสงสัยขณะทุบทำลายกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่บนเสาไฟฟ้าริมถนนบ้านกือรง หมู่ 3 ตำบลจวบ อำเภอเจาะไอร้อง ได้อย่างชัดเจน เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไปสอบสวนขยายผลที่ศูนย์ซักถามในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส โดยเบื้องต้นผู้ต้องสงสัยยังให้การปฏิเสธ
ขณะเดียวกัน เมื่อเวลา 11.00 น. เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และชุดสุนัขสงครามตรวจหาวัตถุระเบิด ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดลอบวางระเบิดรางรถไฟบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 1090 ช่วงรอยต่อระหว่างสถานีรถไฟมะรือโบและสถานีรถไฟตันหยงมัส ในพื้นที่หมู่ 1 ตำบลมะรือโบตก อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดก่อเหตุสำคัญจากทั้งหมด 40 จุด
ผลการตรวจสอบพบว่า คนร้ายใช้ระเบิดแสวงเครื่องบรรจุในถังแก๊สปิกนิก น้ำหนักประมาณ 25 กิโลกรัม จำนวน 3 ลูก จุดชนวนด้วยระบบตั้งเวลา โดยระเบิด 1 ลูกถูกวางไว้บนรางรถไฟ ส่งผลให้หมอนรองรางคอนกรีตได้รับความเสียหาย 2 ท่อน และรางรถไฟฉีกขาด ขณะที่ระเบิดอีก 2 ลูกถูกนำไปวางไว้บริเวณเสาไฟฟ้าริมถนนเลียบทางรถไฟ แต่ไม่สามารถทำให้เสาไฟฟ้าล้มได้ เจ้าหน้าที่เชื่อว่ามีกลุ่มผู้ก่อเหตุร่วมปฏิบัติการไม่ต่ำกว่า 6 คน
เจ้าหน้าที่ยังคงเร่งตรวจสอบจุดเกิดเหตุทั้งจากเหตุลอบวางระเบิดและวางเพลิงในพื้นที่ต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยขณะนี้สามารถเข้าตรวจสอบแล้วเสร็จใน 5 อำเภอ ได้แก่ บาเจาะ รือเสาะ ศรีสาคร เมืองนราธิวาส และบางส่วนของอำเภอระแงะ รวม 19 จุด ส่วนอีก 8 อำเภออยู่ระหว่างการเข้าตรวจสอบ พร้อมปิดกั้นพื้นที่และเส้นทางที่เกี่ยวข้องเพื่อความปลอดภัยของประชาชน
ด้านการรถไฟแห่งประเทศไทย ได้ปรับแผนการเดินรถในเส้นทางสายใต้ชั่วคราว หลังได้รับผลกระทบจากเหตุลอบวางระเบิดรางรถไฟระหว่างสถานีมะรือโบและสถานีตันหยงมัส โดยคาดว่าจะใช้เวลาอีกประมาณ 1-2 วันในการซ่อมแซมระบบรางให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติ
ขณะที่บรรยากาศบริเวณสถานีรถไฟตันหยงมัส อำเภอระแงะ พบว่ามีประชาชนจำนวนหนึ่งทยอยเดินทางมาคืนตั๋วและเปลี่ยนกำหนดการเดินทางอย่างต่อเนื่อง บางส่วนไม่ทราบข่าวการปรับแผนเดินรถและนำสัมภาระมาเตรียมเดินทาง ก่อนต้องเดินทางกลับ ขณะที่สถานีรถไฟในพื้นที่ปลายทางฝั่งสุไหงโก-ลก ก็มีประชาชนทยอยติดต่อขอคืนตั๋วและสอบถามข้อมูลการเดินทางตลอดทั้งวันเช่นกัน